เรียนจบ ตกงาน บัณฑิตจีนเคว้งคว้างท่ามกลางเทรนด์ใหม่

กดแชร์

หลังรัฐบาลจีนผลักดันนโยบาย “พลังการผลิตใหม่” (new productive forces) ที่มุ่งเป้าส่งเสริมไปทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ หุ่นยนต์ ทำให้บัณฑิตที่เพิ่ง เรียนจบ ตกงาน กลายเป็นพลังใหม่ ที่ไม่รับเทรนด์โลก

นักวิจารณ์แสดงความเห็นว่า นโยบายนี้ทำให้ ความต้องการแรงงานในภาคส่วนอื่น ๆ ลดลง และ บัณฑิตใหม่ที่มีการศึกษาสูง จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งพวกเขาพลาด เทรนด์ที่เฟื่องฟูล่าสุดนี้ และ สายเกินกว่าที่จะฝึกอบรมใหม่ เพื่อมารับอุตสาหกรรมที่กำลังเกิดนี้

บัณฑิตมังกร เรียนจบ ตกงาน อื้อ

บัณฑิตมหาวิทยาลัย จำนวน 11.79 ล้านคน ในปี 2567 นี้ ต้องเจอกับปัญหา การขาดแคลนงาน อย่างไม่เคยเกิดมาก่อน ท่ามกลางการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ในหลายภาคส่วน รวมถึงภาคการเงิน บริษัท Tesla, IBM และ ByteDance ต่างก็เลิกจ้างพนักงาน ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

อัตราการว่างงานของบัณฑิตใหม่ในเขตเมือง จำนวนราว ๆ 100 ล้านคน มีอายุระหว่าง 16-24 ปี พุ่งขึ้น 17.1% ในเดือนกรกฎาคม 2567

ทางการจีน ปิดบังข้อมูลการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่ หลังข้อมูลของอัตราการว่างงาน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่  21.3% มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์อัตราการว่างงาน โดยไม่นับรวมนักศึกษาที่ เรียนจบ ตกงาน ในปีปัจจุบัน

ปัจจุบันมีประชากรจีน มากกว่า 200 ล้านคน ที่ทำงานใน ระบบเศรษฐกิจการจ้างงานแบบชั่วคราว (Gig Economy) เช่น สัญญาจ้างระยะสั้น หรือ สัญญาจ้างทำงานเป็นคราว ๆ ในด้านภาคส่วนธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็มีปัญหากำลังการผลิต ที่มากเกินจำเป็น เมืองต่าง ๆ ในจีนกว่า 10 แห่ง เตือนว่า บริการเรียกรถ จะอิ่มตัวในปีนี้

การเลิกจ้าง ยังลามไปสู่งานราชการ ที่เชื่อกันมาอย่างยาวนานว่า เป็น “ชามข้าวเหล็ก” ของชีวิตทำงาน

เมื่อปีก่อน ที่ปักกิ่งประกาศลดจำนวนพนักงานลง ร้อยละ 5 มีการเลิกจ้างพนักงานหลายพันคน นับตั้งแต่ประกาศ ส่วนมณฑล เหอหนาน ก็ลดพนักงาน 5,600 คน เมื่อต้นปี 2567 นี้ ขณะที่ มณฑล ซานตง ลดพนักงานเกือบ 10,000 คนแล้ว ตั้งแต่ปี 2565

หลักสูตรการศึกษาไม่ตอบตอบโจทย์ตลาดงานใหม่

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ผู้สำเร็จการศึกษา จากวิทยาลัยอาชีวะ จำนวน 3.9 ล้านคน ส่วนใหญ่ ทำงานได้แค่ ในส่วนการผลิต และ การบริการระดับล่าง การปฏิรูป ที่ประกาศเมื่อปี 2565 ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะผลิตแรงงานทักษะใหม่ มารองรับได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ เมื่อเดือนมีนาคม 2567 ว่า ปัจจุบัน จีนกำลังขาดแคลน ช่างเชื่อม ผู้ดูแลคนสูงอายุ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรดิจิทัลที่มีทักษะสูง

นักสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เหยา ลู่ (Yao Lu) ประเมิณว่า บัณฑิตระดับอุดมศึกษา ช่วงอายุ 23-35 ปี 25% ทำงานต่ำกว่า วุฒิการศึกษาของตน

นักเศรษฐศาสตร์จีนคนหนึ่ง ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากประเด็นนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน กล่าวว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัยจีน ซึ่งมีอยู่เกือบ 48 ล้านคน มีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นการมีรายได้ ด้วยค่าจ้างที่ต่ำ และ จ่ายภาษีให้กับประเทศได้น้อย ซึ่งอาจจะตลอดชีวิตของพวกเขา

“แม้ว่าจะไม่สามารถเรียกพวกเขาได้ว่าเป็น ‘คนรุ่นที่สูญหาย’ แต่ก็นับได้ว่าเป็น การสูญเสียอย่างมหาศาล ในด้านทรัพยากรมนุษย์”

“เดอะแบก”

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ให้ทางการ เน้นการสร้างงานให้กับบัณฑิตจบใหม่ เป็นอันดับแรก แต่นักศึกษาจบใหม่ที่ว่างงาน หรือ บางคนที่เพิ่งถูกไล่ออก กลับรู้สึกหมดหวัง

แอนนา หวัง (Anna Wang) อายุ 23 ปี ลาออกจากธนาคารของรัฐ ในเมืองเซินเจิ้น ปีนี้ เนื่องจากได้รับแรงกดดันสูง และไม่ได้รับเงินค่าล่วงเวลาบ่อย ๆ หวังเล่าว่า เธอต้องทำงานเท่ากับคน 3 คน เพื่อรับเงินเดือน 6,000 หยวนต่อเดือน หรือประมาณ 28,000 บาท

เพื่อนร่วมงานของหวัง ก็บ่นว่า ถูกลดเงินเดือนลง และ ต้องย้ายไปทำงาน ในตำแหน่งที่ปริมาณงานมากเกินไป พวกเธอจึงลาออก ปัจจุบันหวัง ทำงานพาร์ทไทม์เป็น คนเขียนจดหมายสมัครงาน และ ทำวิจัยแบบ “นักช้อปปิ้งลึกลับ” (Mystery Shopping) เพื่อเก็บข้อมูลทางการตลาด

ในงานแถลงต่อนักการทูตต่างประเทศ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 เกี่ยวกับวาระทางเศรษฐกิจ ทางการจีน เรียกร้องอย่างเงียบ ๆ ให้บริษัท หยุดปลดพนักงาน

โอลิเวีย หลิน วัย 30 ปี ออกจากงานราชการ เมื่อเดือนกรกฎาคม หลังจากถูกลดโบนัส และ ผู้บริหารก็ส่งสัญญาณว่า จะมีการเลิกจ้างเพิ่ม สำนักงานเขต 4 แห่ง ในเซินเจิ้น ถูกปิดในปีนี้

ตอนนี้ หลิน กำลังหางานด้านเทคโนโลยี แต่ไม่มีบริษัทไหนเรียกสัมภาษณ์งานเลย หลังจากที่หางานมา 1 เดือนแล้ว หลิน เล่าว่า “การหางานครั้งนี้ แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากปี 2564 ตอนนั้น ฉันมั่นใจว่า จะถูกเรียกสัมภาษณ์ วันละ 1 ครั้ง”

แพลตฟอร์มช่วยเชื่อมต่อคนตกงานเข้าด้วยกัน

บัณฑิตใหม่ ที่ยังหางานไม่ได้ แบ่งปันเคล็ดลับ ในการเอาชีวิตรอดจากการว่างงาน แฮชแท็ก “ว่างงาน” “ไดอารี่ว่างงาน” และ “ถูกเลิกจ้าง” มียอดเข้าร่วม 2,100 ล้านครั้ง บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu

การว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ เป็นที่รู้กันดีในสังคมมากขึ้น จึงลดการตีตรานักศึกษาเหล่านี้

นักสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เหยา ลู่ กล่าวว่า แพลตฟอร์ม ฯ เปิดโอกาสให้ นักศึกษาจบใหม่ ที่รู้สึกสิ้นหวัง ได้เชื่อมต่อกัน

ลู่ เสริมว่า บัณฑิตที่ว่างงานรู้ดีว่า การตำหนิรัฐบาล ในปัญหาที่พวกเขากำลังประสบอยู่นั้น ทั้งเสี่ยงและไม่ได้ผล พวกเขามีแนวโน้มที่จะ จมอยู่กับความไม่พอใจ และ การตำหนิรัฐบาล หรือ นิ่งเฉยมากกว่า

ด้านผู้กำหนดนโยบาย คิดว่า บัณฑิตควรลดความทะเยอทะยานของตนเองลง “เด็กๆ ควรจะสะสมทักษะ หรือ ทำงานอะไรที่สร้างสรรค์ เช่น ขายของผ่านโซเชียลมีเดีย หรือทำงานหัตถกรรมได้”

อ้างอิง รอยเตอร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง แท็กซี่ไร้คนขับในจีน เริ่มแล้วโรบอทแย่งงานคนขับรถ


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles