เปิดตัวแรง แท็กซี่ไร้คนขับในจีน คนขับแท็กซี่กังวลตกงาน ผู้เชี่ยวชาญกลับเห็นต่าง โรบอทแท็กซี่ สามารถสร้างงานใหม่ ๆ ได้
เมื่อวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 ทางการจีนได้ออก ใบอนุญาตทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ จำนวน 16,000 ใบ พร้อมเปิดเส้นทางสาธารณะให้ทดสอบ เป็นระยะทาง 32,000 กิโลเมตร
ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ทางการจีน อนุมัติให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ 9 ราย เริ่มทดสอบเทคโนโลยี การขับขี่อัตโนมัติ บนถนนสาธารณะบางแห่ง โดยในจำนวนนี้มี บริษัท BYD และ บริษัท Nio รวมอยู่ด้วย
ด้าน อีลอน มัสก์ ก็กำลังรอการพิจารณาอนุมัติ จากหน่วยงานกำกับดูแลเช่นกัน ซึ่งเทคโนโลยี การขับขี่อัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบของ Tesla จะได้ทดสอบ ภายในสิ้นปีนี้
ดราม่าในโลกโซเชียล
การออกใบอนุญาต ให้ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ ในหมู่ชาวโซเชียลจีน อย่างกว้างขวางว่า การอนุญาตนี้ จะทำให้คนขับแท็กซี่จำนวนมากต้องตกงาน บางคนก็คอมเมนต์แรงว่า แท็กซี่ไร้คนขับกำลังมา “แย่งข้าว” คนขับแท็กซี่
นักวิเคราะห์จาก บริษัทวิจัย Counterpoint Research โมหิต ชาร์มา (Mohit Sharma) แสดงความเห็นว่า
“ในระยะยาว แท็กซี่ไร้คนขับ จะเข้ามาแย่งงานคนขับแท็กซี่อย่างแน่นอน ทางด้านบริษัทแท็กซี่ ให้เหตุผลอย่างเคยว่า ขาดแคลนคนขับรถ ซึ่งสุดท้ายแล้ว บริษัทฯ เหล่านี้ ก็ได้ประโยชน์จาก แท็กซี่ไร้คนขับอยู่ดี”
แอปพลิเคชัน Apollo Go
แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ไร้คนขับ Apollo Go ของบริษัท ไป่ตู้ (Baidu) มีรถแท็กซี่ไร้คนขับประมาณ 400 คัน ให้บริการในเมือง อู่ฮั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับ ที่ใหญ่ที่สุด
บริษัท ฯ มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนรถเป็น 1,000 คัน ภายในสิ้นปี 2567 โรบิน ลี (Robin Li) ซีอีโอของบริษัท ไป่ตู้ กล่าวว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดของ บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ ในเมืองอู่ฮั่น มีแค่ประมาณ 1% เท่านั้น
ลี กล่าว ในระหว่างรายงาน ผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัท ฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ว่า “การเติบโตของบริการ แท็กซี่ไร้คนขับ จะเป็น แบบค่อยเป็นค่อยไป และอาจใช้เวลาอีกหลายปี”
ถึงซีอีโอของ ไป่ตู้ จะกล่าวเช่นนั้น แต่บริการ Apollo Go ได้รับความนิยมอย่างมาก จนคนขับแท็กซี่ ต้องยื่นคำร้องต่อ กรมการขนส่งของเมือง อู่ฮั่น เพื่อขอจำกัดการให้บริการดังกล่าว
จากการใช้งาน แอป Apollo Go พบว่า การเดินทางด้วยแท็กซี่ไร้คนขับ ด้วยเวลา 16 นาที ย่านเขตชานเมือง ทางตอนใต้ของปักกิ่ง มีค่าโดยสาร 10.36 หยวน (ประมาณ 49.72 บาท) ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับค่าโดยสารของคนขับแท็กซี่ ซึ่งคิดราคา 20 หยวน (หรือประมาณ 95.96 บาท)
แท็กซี่ไร้คนขับในจีน ไม่ได้มีแต่เรื่องดราม่า
ท่ามกลางการวิจารณ์ต่างๆ มากมาย ผู้เชี่ยวชาญ ฯ แสดงความเห็นว่า ระบบขับขี่อัตโนมัตินี้ จะค่อย ๆ พัฒนา และ ปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งมากขึ้น
โมหิต ชาร์มา จากบริษัทวิจัย Counterpoint Research แนะนำว่า คนขับแท็กซี่ไม่ได้จะตกงานทั้งหมด ในคราวเดียว แต่จะเป็น การเปลี่ยนผ่านอย่างช้าๆ ทีละพื้นที่ ทีละภูมิภาค”
“รัฐบาลจีนสามารถร่วมมือ กับ บริษัทแท็กซี่ไร้คนขับ เพื่อเปลี่ยนพนักงานขับรถ ให้ไปทำงานอื่น ขณะเดียวกันระบบการศึกษาก็สามารถสอนคนรุ่นใหม่ ให้พร้อมสำหรับงานในอนาคต”
โฆษกของ Apollo Go ระบุว่า บริษัท ฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่ ๆ ในระบบนิเวศน์ของบริการแท็กซี่ไร้คนขับ ด้วยตำแหน่งงานต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบและทดสอบระบบ ไปจนถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ลูกค้า
หวาง จวน (Wang Juan) พนักงานทดสอบระบบ บนท้องถนน ของ Apollo Go ทำงานที่นี้มา 2 ปีแล้ว ได้เล่าว่า เธอตัดสินใจทำงานที่นี่ เพราะเธอมีความสนใจในเรื่อง ระบบขับขี่อัตโนมัติ เธอรับผิดชอบในส่วนของ การทดสอบการขับของรถยนต์ และ แก้ปัญหาที่พบในระหว่างการทดสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ
จวน เคยทำงานที่บริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง แต่เธอรู้สึกว่า อาชีพของเธออาจจะไม่มั่นคงในอนาคต เธอจึงคว้าโอกาสใหม่ที่ Apollo Go
จวน เล่าอีกว่า “งานที่ Apollo ท้าทาย และ แตกต่างจากงานก่อนหน้ามาก งานใหม่นี้ ฉันสนุกับการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับ”
ซีอีโอของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับ กล่าวว่า อุตสาหกรรมนี้ กำลังสร้างงานใหม่ ในหลากหลายตำแหน่ง ที่ให้ค่าตอบแทนที่ดี เช่น ช่างเทคนิคระบบขับขี่อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือระยะไกล ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ เจ้าหน้าที่ควบคุมการจัดส่งรถจากสถานี
แม้ว่ารถไร้คนขับ หรือ รถ AV จะทำหน้าที่ขับขี่โดยสมบูรณ์ แต่คนก็ยังมีความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ ผู้พิการก็สามารถทำงานในแบบใหม่นี้ได้เช่นกัน
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ จะมาแทนที่งานแบบดั้งเดิม แต่เทคโนโลยีใหม่ ก็สร้างงานรูปแบบใหม่ขึ้นมาเช่นกัน อย่างเช่น งานด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบทดสอบและตรวจสอบยานพาหนะ งานพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่
อ้างอิง CNBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง รถไฟฟ้าจีน ผลิตชิปเองสู้ศึกสงครามราคา



