ภัทรพงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้นโยบายผู้ใช้ห้วงอากาศพัฒนา บริการการเดินอากาศ เปิดเส้นทางบินตรงจีน L770 ปูทางระบบดิจิทัล
คมนาคมเดินหน้ายกระดับการ บริการการเดินอากาศ ปรับโครงสร้างน่านฟ้าไทย เปิดเส้นทางบินตรงสู่จีน L770 และผลักดันประเทศสู่ World-Class Aviation Hub
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการประชุม Airspace Users – ANSP Meeting ประจำปี 2569 จัดโดย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายสนับสนุนผู้ใช้ห้วงอากาศทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาระบบการบริการเดินอากาศให้มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยอย่างสูงสุด การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ บวท. และผู้ใช้ห้วงอากาศ ทั้งสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ตลอดจนความคาดหวัง เพื่อนำไปปรับปรุงการบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้ตอบสนองต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน
ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ระบุว่า บวท. ได้นำเสนอ 5 หัวข้อหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น่านฟ้า ได้แก่:
- Meteorological Information for Air Traffic Management (MET for ATM): การบูรณาการข้อมูลอุตุนิยมวิทยาร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและสายการบินนำข้อมูลสภาพอากาศไปใช้วางแผนเที่ยวบินได้อย่างแม่นยำ
- การบริหารจราจรทางอากาศเขตประชิดสนามบิน: การปรับปรุงวิธีปฏิบัติการบินบริเวณสนามบินกรุงเทพและภูมิภาค พร้อมนำระบบ Arrival Manager (AMAN) มาจัดลำดับอากาศยานขาเข้า ลดปัญหาการบินวนรอ ลดความล่าช้า และใช้ขีดความสามารถของสนามบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- การเปิดเส้นทางบินตรงไทย-จีน (L770): การปรับปรุงพื้นที่บริการ Upper/Lower Sector บนเส้นทางบินกรุงเทพ และเตรียมเปิดใช้งานเส้นทางบินตรง L770 จากไทยไปจีน ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยสายการบินประหยัดระยะทาง ลดการใช้น้ำมัน และลดต้นทุนการดำเนินงาน
- การบริหารเครือข่ายการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Network Management): การปรับโครงสร้างห้วงอากาศให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับปริมาณเที่ยวบินและความต้องการใช้ห้วงอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
- การยกระดับสู่ระบบดิจิทัลด้วย FF-ICE: แผนการดำเนินงานตามแนวคิด Flight and Flow Information for a Collaborative Environment (FF-ICE) บูรณาการข้อมูลการบินแบบอัตโนมัติ โดยจะเริ่มทดลองใช้ระบบ System Wide Information Management (SWIM) ในเดือนตุลาคม 2569 และเริ่มทดลองบริการ FF-ICE ในเดือนตุลาคม 2570 เพื่อเปลี่ยนผ่านการจัดการเที่ยวบินของไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

นายสุรชัย ย้ำว่า บวท. ยึดความต้องการของผู้ใช้ห้วงอากาศเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำข้อคิดเห็นไปพัฒนาเทคโนโลยีและระบบงาน รองรับการเติบโตของเที่ยวบินในอนาคต สนับสนุนนโยบายรัฐบาล และกระทรวงคมนาคมในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : วิทยุการบินพัฒนา Big Data และ AI ยกระดับบริการจราจรทางอากาศ



