สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย เผย โครงสร้างประชากรไทย อยู่ในภาวะ เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ หมอแจงตัวเลข คุณแม่วัยใสลดลง แต่ยังมีอยู่เรื่อยๆ ที่เพิ่มขึ้น คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งซิฟิลิส และเอดส์ แนะ เลือก วิธีคุมกำเนิด ที่ถูกต้อง เหมาะสม
หลั่งข้างนอก ก่อน7หลัง7 ไม่ท้องจริงไหม?
ทำหมันแล้ว จะเป็นมะเขือเผาไหม?
โครงสร้างประชากรไทย ปัญหาใหญ่รอวันฝีแตกในอนาคต
ปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากร ของประเทศไทย ที่มีจำนวนเด็กเกิดน้อย แต่คนแก่เพิ่มมากขึ้น และอายุยืนมากขึ้น เป็นระเบิดลูกใหญ่ที่รออยู่ในอนาคตข้างหน้า ภาษีที่จะเก็บได้จากคนทำงาน หรือคนที่มีรายได้จะน้อยลง งบประมาณที่จะนำไปพัฒนาประเทศก็จะน้อยลงตามไปด้วย ขณะที่ภาระเรื่องการดูแลผู้สูงอายุจะมากขึ้น
สำหรับตัวเลขสำมะโนประชากรล่าสุดของไทย ยังคงหยุดอยู่ที่ปี 2553 ตัวเลขอยู่ที่ 65,981,659 คน ซึ่งตามปกติ การทำสำมะโนประชากรจะทำทุก 10 ปี ซึ่งตัวเลขประชากรของไทยอัปเดตล่าสุดควรจะเป็นปี 2563 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้การทำสำมะโนประชากรต้องล่าช้าออกไป
จากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติให้ข้อมูลว่า จะทำการสำมะโนประชากรในปี 2568 และคาดว่าจะเผยแพร่รายงานได้ในช่วงต้นปี 2569 เท่ากับว่ารอบนี้ การทำสำมะโนประชากรห่างกัน 15 ปี
รัฐแก้ปัญหา โครงสร้างประชากรไทย เกาไม่ถูกที่คัน
ปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากร หลายประเทศทั่วโลก เจอปัญหามาก่อนประเทศไทย และมีมาตรการที่ชัดเจน เช่น การให้เงินดูแลบุตร ที่เหมาะสมและมากพอที่จะดูแลบุตรได้อย่างมีคุณภาพดี เพื่อจูงใจให้หนุ่ม-สาว ที่มีความพร้อมสร้างครอบครัว มีบุตร โดยไม่เป็นภาระมากนัก
แต่การส่งเสริมการมีบุตร ในประเทศไทย ยังอยู่ในขั้นที่เรียกได้ว่าระดับ “อนุบาล” เช่น การรับสิทธิ์การดูแลจากรัฐ จากเดิมให้ครอบครัวละ ไม่เกิน 2 คน ที่รณรงค์กันในอดีตว่า หญิงก็ได้ ชายก็ดี มีแค่ 2 ปรับให้เป็นได้รับสิทธิ์ทุกคน
ที่เรียกว่า ระดับอนุบาล ก็เพราะ ไม่ใช่มาตรการที่จะมาจูงใจให้หนุ่ม-สาว เป็นโรงงานผลิตลูก กันมากขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องนำมาคำนวน ชั่งน้ำหนักก่อนที่จะมีลูกขึ้นมาสักคน ทั้งเรื่องปัจจัยด้านเศรษฐกิจ รายได้ของครอบครัว การเลี้ยงลูกคนหนึ่งใช้เงินไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะ เรื่องค่าเล่าเรียน
เปิดปม ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพการศึกษา
เด็กนักเรียน ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “โจรเสื้อขาว” เพราะเงินที่พ่อแม่หามาได้ ถูกสูบไปใช้กับการศึกษาของลูกเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนนโยบาย “เรียนฟรี” บอกได้เลยว่าไม่มีอยู่จริง เงินที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐได้แค่เพียงหยิบมือ แต่ต้องไปเสียเงินเข้าระบบสมาคมผู้ปกครองของแต่ละโรงเรียน หรือ การเปิดหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ ก็ต้องมีเงินจ่ายค่าเทอมเพิ่ม ถึงจะมีสิทธิได้เข้าเรียน
ไหนจะมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ที่ผู้ปกครองต้องควักเงินออกจากกระเป๋าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อกีฬาสี เข้าค่ายพิเศษ การเรียนพิเศษ ทั้งที่โรงเรียนและสถาบันกวดวิชา และอื่นๆอีกจิปาถะ ขณะที่คุณภาพการศึกษาถอยหลังลงคลอง จึงไม่ต้องแปลกใจที่ ลูกนักการเมือง เศรษฐี ข้าราชการระดับสูง จะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกกัน
เหตุผลง่ายๆ การศึกษาของไทยมันห่วย!!! ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร แค่ระดับภูมิภาคอาเซียน ยังตามหลังเพื่อนบ้านอยู่เลย และเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต มาถึงปัจจุบัน และยาวๆไปในอนาคต ก็แทบจะไม่มีความหวังว่าระบบการศึกษาของไทยจะดีขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย
เรียนจบมหาวิทยาลัยได้ใบปริญญาบัตร พร้อมสถานะลูกหนี้กยศ.
แม้แต่การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ค่าใช้จ่ายเดี๋ยวนี้ก็แทบไม่แตกต่างกัน แต่ไม่มีตังค์ก็เรียนได้นะ กู้สิคะคุณพี่ กู้เงินกยศ.กันเข้าไป จบมหาวิทยาลัยนอกจากได้ใบปริญญาบัตร ยังมีโบนัส เป็นบัตรลูกหนี้ การันตีจากกยศ. ทั้งๆที่เด็กจบใหม่ก็ยังไม่รู้ว่าจะหางานทำมาใช้หนี้ได้หรือไม่ ถอนหายใจกันยาวๆ
แค่สาธารยายมาคร่าวๆ หนุ่มๆสาวๆ ก็คงส่ายหน้า ลำพังตัวเองกว่าจะมีรถ มีบ้าน ก็แทบกระอัก ถ้ามีลูกนี่สถานะทางการเงินต้องเข้าไอซียูยาวๆไป จะตายก็ไม่ได้ จะอยู่ก็พะงาบๆ
หมุนเงินไม่ทัน หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่มี ก็ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ เพื่อต่อลมหายใจในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ภาระผูกพันชั่วลูกชั่วหลาน จ่ายต้นจ่ายดอก จนหัวหงอก ก็ยังปลดหนี้ไม่ได้ อยู่ไม่เป็นสุขถูกตามทวงเช้า-เย็น คุณภาพชีวิตสุดจะเส็งเคร็ง นี่คือความจริงของสังคมไทย
สังคมเสื่อมทราม ยาเสพติดมีทุกหัวระแหง
ส่วนปัญหาสังคมก็หนักอกใช่ย่อย ยาเสพติดมีทุกซอกทุกมุม ซื้อง่ายกว่าเดินเข้าเซเว่นเสียอีก จะมีลูกก็ต้องคิดหนัก กับปัญหาสังคมที่ทำให้ลูกเกิดแล้วต้องมาเผชิญวิบากกรรม
ในขณะที่คนหนุ่ม-สาว ที่มีวุฒิภาวะ คิดแล้วคิดอีกว่าจะผลิตประชากรช่วยชาติดีหรือไม่ แต่เด็กๆวัยรุ่นกลับมีเพศสัมพันธ์กันและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เป็นคุณแม่วัยใส ต้องรณรงค์และให้ความรู้กันมานาน กว่าปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในคุณแม่วัยใสจะทุเลาเบาบางลง แต่กลับมีปัญหาเรื่อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น

ในเวทีสัมมนาความรู้เรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับการคุมกำเนิด ที่ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท) และ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกันจัดขึ้นรณรงค์เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก 2567 หรือ World Contraception Day 2024 ซึ่งตรงกับวันที่ 26 กันยายนของทุกปี
ภายใต้แนวคิด Empowering Choices, One Decision at a time สร้างพลังความรู้ สู่อนาคตคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนสร้างองค์ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจและสามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ ลดภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
เต็มไปด้วยความรู้ที่อัดแน่น เจาะลึกปัญหาเรื่องเพศเข้าไปในหัวใจวัยรุ่น และสามารถสกัดออกมา เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต
คุมกำเนิดในกลุ่มไม่พร้อมแก้ปัญหาคุณแม่วัยใส
ดร.นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถิติการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไทยแม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ลดลง แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ท้าทาย

สะท้อนจากสถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชนล่าสุด ปี 2565 ของกรมอนามัย พบว่า วัยรุ่นหญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวมทั้งสิ้น 42,457 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 10-14 ปี จำนวน 1,569 คน คิดเป็นอัตรา 0.8 ต่อวัยรุ่นหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน
และช่วงอายุ 15-19 ปี จำนวน 40,888 คน คิดเป็นอัตรา 21.0 ต่อวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน มีการคลอดซ้ำในหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 3,181 คน คิดเป็นร้อยละ 7.5 ของแม่วัยรุ่นอายุ 10-19 ปีที่ตั้งครรภ์
กระทรวงสาธารณสุข จึงตั้งเป้าลดอัตราการคลอดของวัยรุ่นหญิงอายุ 10-14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อวัยรุ่นหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน และวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 15.0 ต่อวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน ภายในปี 2570
สิ่งสำคัญคือการทำให้วัยรุ่น เข้าถึงข้อมูลการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง รวมถึงผลกระทบสุขภาพอนามัยที่เกิดกับวัยรุ่นเองและเด็กเกิดใหม่ นอกจากนั้น การส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพสำหรับผู้ที่มีความพร้อม และสนับสนุนให้เกิดการคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร เป็นเรื่องที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ภาครัฐมีแนวทางส่งเสริมให้ประชาชน เข้าถึงการคุมกำเนิด โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้บริการวางแผนครอบครัว รวมถึงการคุมกำเนิดทั้งแบบชั่วคราว
ได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด ห่วงอนามัย และการคุมกำเนิดแบบถาวร ได้แก่ การทำหมันหญิงและชาย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับคนไทยทุกสิทธิ์การรักษา
นอกจากนั้น ยังสามารถรับถุงยางอนามัย และยาเม็ดคุมกำเนิด ฟรี ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้
โครงสร้างประชากรไทย “เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ”
ด้าน ผศ.ดร.สุกัญญา ศรีโพธิ์ เลขาธิการสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท) กล่าวว่า การเรียนรู้วิธีการคุมกำเนิดและป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น นับเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เราไม่สามารถปิดกั้นการเชื่อมต่อความสัมพันธ์รอบตัว

ดังนั้นจึงควรสนับสนุนและส่งเสริมให้วัยรุ่น นิสิต นักศึกษาเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง เพราะการคุมกำเนิดมีรายละเอียดต้องทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องวิธีการคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายและผู้หญิง การเลือกใช้และประสิทธิภาพวิธีการคุมกำเนิดเป็นทางเลือกในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และช่วยป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย
ผศ.ดร.สุกัญญา กล่าวว่า สวท ดำเนินการรณรงค์สนับสนุนให้มีการวางแผนครอบครัว และลดปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ทุกชีวิตของการเกิดเป็นไปอย่างมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯเองก็มีความตระหนักถึง ปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากรของไทย ที่อยู่ในภาวะ “เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ” เนื่องจากคนแต่งงานและมีบุตรกันน้อยลง ขณะที่เด็กที่เกิดจากความไม่พร้อม ก็จะทำให้คุณภาพของประชากรน้อยลงไปด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ทางสมาคมฯมีแนวคิด ที่จะนำเรื่องการจัดสมรสหมู่ กลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการแต่งงานลง และการปรับเปลี่ยนทัศนคติ เรื่องการแต่งงาน ที่ไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือยหรูหรา อวดฐานะ ให้คิดว่าหลักสำคัญคือแค่การประกาศให้สังคมรับทราบว่าเราจะมีชีวิตคู่ก็เพียงพอแล้ว จะได้แต่งงานแล้วไม่เป็นหนี้เป็นสิน
ด้าน นายแบรดลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจฟาร์มาซูติคอล กล่าวว่า หลายประเทศมีอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูง โดยมีการประมาณการว่า ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ และปานกลางมีเยาวชน ในวัย 15-19 ปี ตั้งครรภ์จำนวน 21 ล้านคนทุกปี

บางกรณีจบลงด้วยการยุติการตั้งครรภ์ และเยาวชนอายุ 15-19 ปี ประมาณ 12.8 ล้านคน และเยาวชนอายุ 10-14 ปี กว่า 500,000 คน คลอดบุตรทุกปี
สำหรับไบเออร์ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและการดูแลสุขภาพผู้หญิง เราเชื่อว่าการวางแผนครอบครัวที่ดีและเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความยากจนและลดปัญหาสังคม ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
พญ.ปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญคือ เยาวชนควรศึกษาข้อมูลเรื่องการคุมกำเนิดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือปรึกษาเภสัชกรและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ไบเออร์ได้รณรงค์ผ่านแคมเปญ Bayer For Her ให้ผู้หญิงสามารถพูดคุยเรื่องสุขภาพได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น กล้าที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะไม่พลาดทุกโอกาสสำคัญในชีวิต
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มสูงขึ้น
รศ.ร.อ.นพ. มานพชัย ธรรมคันโธ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ไม่มีการป้องกัน เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องสร้างความตระหนัก และมีความรู้ที่ถูกต้อง จากช่องทางที่เชื่อถือได้ มีการเตรียมพร้อมป้องกัน โดยเฉพาะ วันวาเลนไทน์ วันลอยกระทง กลายเป็นวันร่วมเพศโลกไปแล้ว

ทั้งนี้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า อัตราการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ลดลงประมาณ 50% ขณะที่สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มสูงขึ้นมาใหม่
ต้นตอติดโรค รู้จักผ่านแอปหาคู่-คุยผ่านโซเชียล
โรคที่ตรวจพบได้บ่อยคือซิฟิลิส และเอดส์ โดยคาดว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจาก เทคโนโลยีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกันทำได้ง่าย เช่น การติดต่อกันผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ หรือ ช่องทางโซเชียลมีเดีย โอกาสที่จะเปลี่ยนคู่นอน หรือ มีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ป้องกันให้ถูกวิธีกับคนที่รู้จักกันทางโซเชียล จึงมีสูงขึ้น ทำให้ติดโรคทางเพศสัมพันธ์สูงขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่การใช้ถุงยางอนามัย ก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไปสำหรับการป้องกันการติดต่อของโรค เนื่องจากการใช้ถุงยางจะต้องมีความรู้ เลือกไซส์ที่ถูกต้อง ใส่ถูกวิธี ไม่ทาโลชั่น หรือครีม ที่ถุงยาง ไม่เช่นนั้น จะมีปัญหาถุงยางรั่ว หลุด หรือถุงยางแตกได้ รวมทั้งจะต้องดูแลตัวเองให้ดีอย่างสม่ำเสมอ หากสงสัยให้ตรวจเลือด จะได้ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น
แนะเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตัวเอง
นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ กล่าวว่า เรื่องคุณแม่วัยใสยังมีอยู่ในสังคมแม้จะลดลงก็ตาม โดยเด็กผู้หญิงอายุ 13-14 ปี ยังมีมาฝากครรภ์อยู่เรื่อยๆ

วิธีการป้องกันไม่ให้ติดลูก และติดโรค มีหลายวิธี ให้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง และบริบทของแต่ละคน เช่น การกินยาคุมกำเนิดรายวัน เหมาะกับคนที่มีระเบียบวินัย ไม่ขี้ลืม การคุมกำเนิดแบบฝังไว้ที่ใต้ท้องแขน ก็เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการมีลูกในระยะยาว เช่น 3-5 ปี ส่วนยาคุมกำเนิดชนิดฉุกเฉิน มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด และ มีผลข้างเคียงตามมา หากใช้บ่อยๆก็จะไม่ดี
ขณะที่น้อง ฮาน่า ฮาอึน ชอง Influencer จากเพจ “hanazyndrome” เป็นตัวแทนเยาวชน เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์และตั้งคำถามที่น่าสนใจ ดังนี้

ฮาน่า ฮาอึน ชอง ถาม : จากประสบการณ์ส่วนตัว มีเพื่อนๆเชื่อกันมากว่า การหลั่งข้างนอกของผู้ชาย และ การมีเพศสัมพันธ์แบบก่อน 7 หลัง 7 จะไม่ท้องจริงไหม?
รศ.ร.อ.นพ. มานพชัย ธรรมคันโธ ตอบ: เรื่องการหลั่งข้างนอกนั้น เมื่อมีการ “จุ่ม แซ่บ ฮัท” กันไปแล้ว แม้จะหลั่งข้างนอก ก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ เพราะแค่อสุจิตัวเดียวเล็ดลอดไปผสมกับไข่ ก็ตั้งครรภ์แล้ว ส่วนการนับวันมีเพศสัมพันธ์ก่อนมีประจำเดือน 7 วัน และหลังมีประจำเดือน 7 วัน ก็ไม่ปลอดภัย เช่นกัน เนื่องจาก การมีประจำเดือน มาไม่ตรงเวลาเกิดขึ้นได้บ่อย จึงมีโอกาสพลาดได้
ส่วนความคิดเรื่องการ “ผ่าไฟแดง” ก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้
ฮาน่า ฮาอึน ชอง กล่าวเสริมว่าพวกผู้ชายเวลาจะมีเพศสัมพันธ์ ก็ควรลงทุนซื้อถุงยางกันหน่อย อย่าประหยัดหรือ ผู้ปกครองอาจจะเตรียมความพร้อมให้ เนื่องจาก เด็กวัยรุ่นผู้ชายอาจจะไม่ค่อยมีเงิน หรือไม่กล้าซื้อ บางทีก็แชร์ความเชื่อที่ผิดต่อๆกันไป เช่น ใช้ถุงแกงแทนถุงยาง
ส่วนคำถามที่ว่า ทำหมันแล้ว จะเป็นมะเขือเผาไหม
นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ตอบว่า การทำหมัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เป็นการผูกท่อรังไข่ หรือ ท่ออสุจิ จึงไม่เกี่ยวกับความแซ่บ หรือไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง



