“อนุทิน” ยัน ถ้าจะทำ “ไทยช่วยไทยเฟส2” ต้องดูงบ-ความคุ้มค่า ชี้กู้ดอกต่ำทำได้ หากเงินหมุนระบบ ดันค้าขาย เชื่อมั่น และการลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงโครงการไทยช่วยไทยว่า อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก่อให้เกิดสิ่งที่ดี ทำให้เศรษฐกิจดี คุณภาพชีวิตดี และเอื้อต่อการทำมาค้าขาย รัฐบาลต้องพิจารณาทุกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินทุกมาตรการต้องดูงบประมาณที่มีอยู่ หรือ ดูกระเป๋า ประกอบด้วย เช่นเดียวกับการกู้เงินที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นภาระประชาชน ต้องพิจารณาเงื่อนไขการกู้ หากดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.2% และนำเงินไปใช้ให้เกิดผลคุ้มกว่าต้นทุน ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ
นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ปล่อยกู้คือสถาบันการเงินก็ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเป็นรัฐบาล แต่ดูความสามารถในการใช้คืนเงินกู้ หากเห็นว่าผู้กู้สามารถบริหารจัดการเงินกู้ภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่ตกลงกันได้ ก็ไม่มีปัญหา รัฐบาลจึงต้องดูแลอย่างรอบคอบ
“การกู้ไม่ได้กู้มาให้ใครคนใดคนหนึ่งใช้ แต่เป็นการนำเงินเข้าไปหมุนในระบบ ทำให้คนซื้อได้ซื้อของถูกลง คนขายขายของได้มากขึ้น ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางการค้า ซึ่งผลสะท้อนกลับมาคือความเชื่อมั่น” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ดัชนีความเชื่อมั่นหลายด้านปรับดีขึ้น ทั้งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามกระตุ้นทุกด้าน รวมถึงการลดค่าไฟ โดยจำแนกส่วนที่ไม่ควรเป็นภาระของประชาชนออกไป และปรับภาระความเสี่ยงด้านพลังงานให้เหมาะสม
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดระเบียบการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำและไฟฟ้าจำนวนมาก จึงต้องกำกับดูแลให้เหมาะสม ไม่ให้ไปดึงทรัพยากรที่ควรเป็นของประชาชนไปใช้
นายอนุทิน กล่าวว่า ในด้านการส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลมีมาตรการไทยแลนด์ฟาสต์พาส ซึ่งได้รับเสียงชื่นชม ทำให้นักลงทุนต่างประเทศทยอยเข้ามาลงทุนเพิ่ม ทั้งขยายกิจการเดิมและตั้งฐานการผลิตใหม่
ทั้งนี้ แม้มีเสียงวิจารณ์ว่าการลงทุนบางส่วนยังใช้ชิ้นส่วนไทยไม่มาก และยังสร้างมูลค่าเพิ่มไม่สูง แต่การจ้างงานคนไทยเป็นหมื่นคน ก็ถือเป็นมูลค่าเพิ่มสำคัญ เพราะทุกอุตสาหกรรมต้องมีลำดับขั้นตอน เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ในอดีตเริ่มจากการนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบแบบ CKD หรือ Complete Knockdown ก่อนพัฒนาเป็น SKD และปัจจุบันสามารถผลิตได้ในประเทศไทยเกือบทั้งหมด ทุกอย่างมีขั้นตอนและลำดับของมัน
“จะทำอะไรต้องดูกระเป๋า ต้องดูความคุ้มค่า ต้องดูว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ และเงินหมุนในระบบได้จริงหรือไม่” นายกรัฐมนตรีกล่าว



