เปิดประวัติศาสตร์ วัดโบสถ์ เมืองบางขลัง สุโขทัย สมรภูมิรวมพลกอบกู้เอกราช ชูไฮไลต์อนุสาวรีย์กุมพระหัตถ์ ส่งมอบพระแสงขรรค์ชัยศรี
พลิกฟื้นตำนานดินแดนยุทธศาสตร์ที่เกือบถูกลืมเลือนจากหน้าประวัติศาสตร์ไทย เผยความสำคัญอันยิ่งยวดของ วัดโบสถ์ เมืองบางขลัง สุโขทัย โบราณสถานยุคต้นกำเนิดสยาม ล่าสุดมีการจัดพิธีบวงสรวงและสมโภชพระบรมรูปบูรพกษัตริย์ไทย “พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และ พ่อขุนผาเมือง” เพื่อเทิดพระเกียรติและปักหมุดประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้คนรุ่นหลังได้ร่วมศึกษา พร้อมผลักดันให้อุโบสถโบราณและหลวงพ่อขาวเนรมิตกลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ของจังหวัดสุโขทัย
ตามรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เคยทรงรับสั่งไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่แห่งนี้ว่า “ไม่มีเมืองบางขลังก็ไม่มีสุโขทัย ไม่มีบางขลังก็ไม่มีรัตนโกสินทร์ ไม่มีแผ่นดินไทย”
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ณ วัดโบสถ์ บางขลัง สุโขทัย ได้มีการจัดพิธีบวงสรวงและสมโภชพระบรมรูปสองบูรพกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีห่มผ้าและยกเศวตฉัตรที่อุโบสถหลังใหม่ ร่วมด้วย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และคุณหญิงพรทิพย์ โรจนนันท์ แกนนำภาคีเครือข่ายผู้จัดสร้างโครงการฯ
เผยนิมิต “หลวงปู่บรรณ” สู่การนำ “พ่อขุนผาเมือง” คืนถิ่นบางขลัง
คุณหญิงพรทิพย์ โรจนนันท์ ได้เปิดเผยถึงความเป็นมาอันอัศจรรย์ของโครงการนี้ว่า จุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาประวัติศาสตร์ร่วมกับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัย สิมะโรจน์ ซึ่งเป็นสายบุญและสายธรรมะที่เคยทำโครงการผ่าตาถวายพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย โดยอาจารย์พรชัยได้จุดประกายให้ลูกศิษย์ร่วมกันสืบค้นว่าคำว่า “บางขลัง” มีที่มาจากไหน จนนำไปสู่โครงการศึกษาเมืองหล่มสักเพื่อค้นหาประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของพ่อขุนผาเมือง
ต่อมาได้มีการปรึกษาร่วมกับ พระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ เมืองบางขลัง ซึ่งทางเจ้าอาวาสได้ให้ข้อมูลว่า อดีตพระอาจารย์ของท่านคือ หลวงปู่บรรณ ฑีฆายุโก (พระครูภาวนาวรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดภูด่านแต้ อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร) ได้เคยนิมิตเห็นเมืองโบราณที่รกร้างแห่งนี้ และส่งต่อเรื่องราวให้นำไปสู่การสืบเสาะค้นหาจนพบโบราณสถานยุค 700 ปี และร่วมกันฟื้นฟูวัดโบสถ์เมืองบางขลังจากวัดร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา
นอกจากนี้ คุณหญิงวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ ภรรยาของ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ และอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ยังเป็นอีกแรงสำคัญที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการนำเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาศึกษาอารยธรรมที่นี่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 รวมไปถึงบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีเจ้านายชั้นสูงหลายพระองค์เคยเสด็จเยือน เช่น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

แกะรอยบทบาท “รัชกาลที่ 4” และสัญลักษณ์กุมพระหัตถ์
คุณหญิงพรทิพย์ ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระดับชาติโดยอ้างอิงคำสอนของ หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย ที่เคยระบุว่า หากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ไม่ทรงพระผนวชและเสด็จธุดงค์มาพบศิลาจารึกที่สุโขทัย รวมถึงทรงใช้พระปรีชาสามารถในการถอดรหัสอ่าน คนไทยคงไม่มีวันรู้รากเหง้าว่าประเทศก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร และคงไม่ทราบวีรกรรมความเสียสละของพ่อขุนผาเมืองที่ทรงยอมมอบสิทธิ์การครองราชย์ให้แก่พ่อขุนบางกลางหาว
ความศรัทธาดังกล่าว นำมาสู่การออกแบบพระบรมรูปสองกษัตริย์ในลักษณะที่ทรง “กุมพระหัตถ์สัมผัสกัน” ซึ่งแฝงความหมายอันลึกซึ้ง 4 ประการ ได้แก่:
- การมอบเมือง เพื่อความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดิน
- การมอบพระกนิษฐา คือ “นางเสือง” (พระแม่ย่า) เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางสายเลือด
- การสถาปนาพระนาม “ศรีอินทราทิตย์” เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำคนใหม่
- การมอบพระแสงขรรค์ชัยศรี อันเป็นสัญลักษณ์แห่งราชอาญาสิทธิ์และสติปัญญาในการปกครอง
นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ตามตำนานยังมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงไปถึง พระนางจามเทวี (ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลานของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช) และพระนางเลือดขาว ผู้เป็นผู้นำพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานยังนครศรีธรรมราชอีกด้วย
ผู้ว่าฯ สุโขทัย ชู “บางขลัง” ดินแดนยุทธศาสตร์นักรบในจารึกวัดศรีชุม
ด้าน นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า เมืองบางขลังเป็นดินแดนแห่งนักรบที่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนในเอกสารประวัติศาสตร์ชั้นต้นจำนวนมาก ทั้งในศิลาจารึกวัดศรีชุม, ชุมนุมพงศาวดารโยนก, หนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ รวมถึงพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ของรัชกาลที่ 6 โดยมีใจความสำคัญระบุว่า พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองได้ใช้เมืองบางขลังแห่งนี้เป็นชัยภูมิในการรวมกำลังพลเข้าตีโต้และยึดเมืองสุโขทัยคืนจาก “ขอมสบาดโขลญลำพง” ก่อนจะสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าของวันเดียวกันยังได้จัดพิธีบวงสรวง “พระแม่ย่า” ซึ่งตามหลักตำราเชื่อว่าคือ “นางเสือง” พระขนิษฐาของพ่อขุนผาเมือง และเป็นพระมเหสีของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตลอดจนเป็นพระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช การจัดพิธีร่วมกันในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จึงเป็นการเชิดชูและประกาศให้คนไทยตระหนักว่า หากไม่มีเมืองบางขลัง ก็จะไม่มีอาณาจักรสุโขทัยและประเทศไทยในทุกวันนี้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน บขส พาฟินเมืองหลัก-เมืองรองทั่วไทย



