เปิดกลยุทธ์การท่าเรือฯ กับการวางระบบ Emergency Management และมาตรฐาน ISPS Code ย้ำความเชื่อมั่น มาตรฐานความปลอดภัยท่าเรือ ระดับสากล รองรับการขนส่งทางน้ำ 24 ชั่วโมง
ในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้ประกาศเดินหน้ายกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยท่าเรือ ระดับสากล เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่เข้มแข็งให้แก่ระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานกับความร่วมมือระหว่างประเทศ มุ่งเป้าสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ ที่มีความปลอดภัยสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการสายการเดินเรือทั่วโลก ท่ามกลางบริบทการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
วิกฤตโลจิสติกส์โลกกับความจำเป็นของมาตรฐานใหม่
ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การป้องกันอุบัติเหตุ แต่หมายรวมถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก กทท. จึงได้ขับเคลื่อนแผนงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยความร่วมมือในโครงการ Global Ports Safety (GPS) ร่วมกับสหภาพยุโรป และประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับการจัดการสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) และการบริหารเหตุฉุกเฉินให้เป็นไปตามแนวทางของท่าเรือชั้นนำของโลก
เจาะลึกระบบ Emergency Management 4 เสาหลักสู่ความยั่งยืน
กทท. ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) ที่มีความซับซ้อน และครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสากล โดยประกอบด้วยกลไกสำคัญดังนี้:
- Advance Surveillance & Monitoring: การใช้ระบบเซนเซอร์ และกล้อง AI อัจฉริยะในการตรวจจับความผิดปกติภายในพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
- Integrated Warning System: ระบบการแจ้งเตือนภัยแบบรวมศูนย์ที่สามารถส่งข้อมูลถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์
- Command & Control Excellence: การพัฒนาศูนย์สั่งการที่ใช้ข้อมูล (Data-Driven) ในการตัดสินใจผ่านการฝึกซ้อมแบบ Tabletop Exercise เพื่อลดช่องว่างความผิดพลาดของมนุษย์
- Multi-Agency Coordination: การเชื่อมโยงโครงข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงและเอกชน เพื่อให้การระงับเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ISPS Code บรรทัดฐานความมั่นคงที่ทั่วโลกให้การยอมรับ
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยี กทท. ยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตาม ISPS Code (International Ship and Port Facility Security Code) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการฝึกซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเสมือนจริง (Full Scale Exercise) ซึ่งเป็นการทดสอบความพร้อมในสถานการณ์จำลองที่รุนแรง เช่น การก่อวินาศกรรม หรือภัยคุกคามต่อเรือและท่าเรือ การฝึกซ้อมเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไทยมีความพร้อมในด้าน มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ที่เทียบเท่ากับท่าเรือชั้นนำในสิงคโปร์ หรือยุโรป ทำให้สายการเดินเรือมั่นใจได้ว่าสินค้าจะได้รับความคุ้มครองอย่างดีที่สุด
ความปลอดภัยท่าเรือในระดับสากล เป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย
การขนส่งสินค้าทางน้ำคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นท่าเรือจึงเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ หากเกิดการหยุดชะงักเพียงไม่กี่ชั่วโมง ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคการผลิต และการส่งออก การรักษามาตรฐานความปลอดภัยท่าเรือระดับสากล จึงไม่ใช่เพียงภารกิจของ กทท. เท่านั้น แต่เป็นการคุ้มครองต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ การดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงของ กทท. ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกไทยในเวทีโลก
ก้าวต่อไปภายใต้แนวคิด Empowering Thailand’s Future
ความปลอดภัย คือรากฐานของความเชื่อมั่น คือสิ่งที่รักษาการ ผอ.กทท. เน้นย้ำเสมอ การปรับปรุงขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ กทท. ก้าวไปสู่การเป็น Smart Port ที่มีความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการเสริมพลังให้กับอนาคตของประเทศไทย
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “พิพัฒน์” เคาะตั้ง ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง ครบวงจร



