เกษตรฯ จัดมาตรการ ทุเรียน 4 ไม่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ ไม่ตกค้าง ล้างบางสารเคมี มัดใจตลาดจีน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะทำงานลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยม และติดตามสถานการณ์การส่งออกผลไม้ พร้อมประกาศขับเคลื่อนนโยบาย ทุเรียน 4 ไม่ หวังยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก โดยตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการส่งออกในปีนี้ ให้ทะลุ 150,000 ล้านบาท ชี้ชัดปัจจัยที่จะทำให้ไทยรักษาแชมป์ในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของสงครามราคา แต่คือ “คุณภาพและความเชื่อมั่น” ในระบบความปลอดภัยของอาหาร ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง
ตัวเลขส่งออกล่าสุด อุดรอยรั่วความเสี่ยงสารตกค้าง
รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์ล่าสุดว่า ประเทศไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปแล้วกว่า 28,500 ชิปเมนต์ คิดเป็นปริมาณรวมสูงถึงกว่า 460,000 ตัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าประเทศแล้วกว่า 52,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่า ราชาผลไม้ไทยยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเกษตรฯ ไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีมาตรการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทุเรียนอ่อน การตรวจเจอศัตรูพืชกักกัน ปัญหาการสวมสิทธิ์ใบรับรอง รวมถึงการปนเปื้อนของสารเคมี และสารฝังสีอย่าง Basic Yellow 2 (BY2)
มาตรการ “4 ไม่” ควบไฟเขียวส่งออกตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร บังคับใช้กลไกควบคุมคุณภาพอย่างเฉียบขาดภายใต้แนวคิดทุเรียน 4 ไม่ ซึ่งประกอบด้วย:
- ไม่อ่อน: สกัดกั้นขบวนการตัด และขายทุเรียนด้อยคุณภาพ
- ไม่หนอน: กำจัดและควบคุมศัตรูพืช ไม่ให้หลุดรอดไปยังปลายทาง
- ไม่สวมสิทธิ์: ตรวจสอบใบรับรอง GAP และล้งอย่างโปร่งใส ป้องกันทุเรียนนอกระบบ
- ไม่มีสารตกค้าง: ปลอดภัยจากสารเคมีต้องห้ามทุกชนิด
นอกจากนี้ เพื่อไม่ให้ขั้นตอนทางกฎหมายเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง กระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งเปิดบริการอำนวยความสะดวกการส่งออกตลอด 24 ชั่วโมง โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้า เร่งเชื่อมโยงระบบดิจิทัล e-Phyto และ TAS-License เพื่อตัดลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ลดปัญหาสินค้าติดค้างหน้าด่าน และยกระดับห้องปฏิบัติการ (Lab) ตรวจสารตกค้างให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสูงสุดของทางการจีน
ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดตัวแปลงต้นแบบ “สวนทุเรียนคุณภาพ” ที่เน้นย้ำการลดใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี หันมาส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์โลกสีเขียว (Green Market)
ด้าน นายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวรับลูกนโยบายว่า ขณะนี้กรมฯ กำลังเร่งยกเครื่องระบบบริหารจัดการผลไม้ส่งออกไทยทั้งระบบ ตั้งแต่มาตรฐานโรงคัดบรรจุ (ล้ง) การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อให้กระบวนการส่งออกมีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย และรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม


มาตรฐาน “ทุเรียน 4 ไม่” และเทคนิคการเลือกซื้อทุเรียนคุณภาพ
เพื่อให้ผู้บริโภคและเกษตรกรเข้าใจทิศทางของผลไม้ไทย มาตรการทุเรียน 4 ไม่ ไม่เพียงแต่ใช้กับการส่งออกเท่านั้น แต่ยังเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับตลาดซื้อขายภายในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย
สรุปหัวใจสำคัญของนโยบายควบคุมคุณภาพ
- ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): ผ่านแอปพลิเคชันและระบบใบรับรองดิจิทัล ทำให้ผู้ซื้อปลายทางสแกนเช็กได้ทันทีว่าทุเรียนลูกนี้มาจากสวนไหน และผ่านล้งใด
- ปรับพฤติกรรมการปลูกสู่เกษตรอินทรีย์: การลดสารเคมี และหันมาใช้ชีวภัณฑ์ นอกจากจะช่วยให้ผ่านเกณฑ์การตรวจสารตกค้างของจีนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนระยะยาวให้เกษตรกร และฟื้นฟูสภาพดินในสวนทุเรียนได้ดีขึ้น
วิธีสังเกตทุเรียนคุณภาพดี
สำหรับประชาชนที่ต้องการเลือกซื้อทุเรียนให้ได้คุณภาพ ไม่เจอทุเรียนอ่อน สามารถสังเกตเบื้องต้นได้ดังนี้
- หนามทุเรียน: ปลายหนามต้องมีสีน้ำตาลเข้ม แห้ง และแข็ง แตกออกจากกันเมื่อบีบหนามเข้าหากัน
- ขั้วผล: ขั้วต้องแข็ง มีสีน้ำตาล รอยต่อระหว่างขั้ว (ปลิง) ต้องบวมโตเห็นชัดเจน
- เสียงเคาะ: เมื่อใช้ไม้เคาะเกราะ เคาะแล้วต้องได้ยินเสียงโปร่ง ไม่ทึบ ซึ่งแสดงว่าเนื้อเริ่มร่อนออกจากเปลือก และแก่จัดพร้อมรับประทาน

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : จีดีพีเกษตรโต 2.4% “สุริยะ”กำชับเฝ้าระวังต้นทุน-ความเสี่ยงช่วงครึ่งปีหลัง



