“สิริพงศ์”ย้ำ”คมนาคม”ให้ความสำคัญพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกทม.

กดแชร์

“สิริพงศ์” ยืนยันต่อสภาฯ “คมนาคม” ให้ความสำคัญการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเดินหน้าพัฒนาจุดเชื่อม Feeder เพิ่มทางเลือกและอำนวยสะดวกให้กับประชาชน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการจัดระบบการขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก ยืนยันกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักที่สามารถใช้เป็นจุดเชื่อมต่อของระบบ Feeder ทั้งระบบรางและระบบรถโดยสารสาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในพื้นที่

ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก ประกอบด้วย 9 เขต ได้แก่ เขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตบางกะปิ เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง และเขตหนองจอก ซึ่งส่วนใหญ่  เป็นพื้นที่อยู่อาศัยชานเมือง เกษตรกรรม และย่านเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว

นายสิริพงศ์ ระบุว่า การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักที่สามารถใช้เป็นจุดเชื่อมต่อของระบบ Feeder ได้หลายแนวเส้นทาง อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า Airport Rail Link รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี เปิดให้บริการแล้ว นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี อยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดให้บริการตามแผนในปี 2571 นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทางประมาณ 22.1 กิโลเมตร มี 20สถานี เป็นโครงการสำคัญในการเสริมโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีเหลือง สถานีแยกลำสาลีได้ โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีแผนจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติโครงการฯ ในเดือนกรกฎาคม 2570 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2572 และเปิดให้บริการเดือนกุมภาพันธ์ 2575

ด้านระบบรถโดยสารสาธารณะ ปัจจุบันกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง มีรถโดยสารประจำทางรวม 653 เส้นทาง แม้โครงข่ายจะครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่ยังมี 233 เส้นทาง หรือคิดเป็น 36%  ที่ไม่มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ส่งผลให้ในบางพื้นที่จำนวนเส้นทางที่ให้บริการยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม หลังจากกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 64 (พ.ศ. 2567) ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กรุงเทพฯ) สามารถเข้ามาเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ จะช่วยแก้ปัญหา ในการเดินทางให้แก่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ชุมชนกับระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยพิจารณาจากความต้องการเดินทาง สภาพโครงข่ายถนน ตำแหน่งสถานี และความเหมาะสมของยานพาหนะ ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาแนวทางพัฒนาระบบ Feeder 111 เส้นทาง ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทางเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พ.ศ. 2568 – 2580) และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้นำผลการศึกษาของ สนข. เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาโครงการส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัยด้วยระบบ Feeder เสนอเส้นทางนำร่องในกรุงเทพฯ 30 เส้นทาง แบ่งเป็นพื้นที่ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก สำหรับกรุงเทพฯโซนตะวันออก พื้นที่มีนบุรี – รามอินทรา มีเส้นทางนำร่อง 3 เส้นทาง ได้แก่ สาย 27 ตลาดมีนบุรี – ปัญญาอินทรา – แฟชั่น สาย 28 แฟชั่น – พระยาสุเรนทร์ – ซาฟารีเวิลด์ และสาย 29 แฟชั่น – วัดคู้บอน ปัจจุบัน ขบ. ได้กำหนดและปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทาง ตามแนวทางของโครงการส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัยด้วยระบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชนหลัก

ทั้งนี้ สนข. อยู่ระหว่างศึกษาปรับปรุงระบบคมนาคมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ โดยเตรียมปรับเส้นทางรถโดยสารตามแนวคิด Trunk and Feeder  ให้เส้นทางหลักเชื่อมศูนย์กลางเมือง และเส้นทาง Feeder เชื่อมชุมชนเข้าสู่ระบบหลัก รวมถึงแนวคิด Hub and Spoke ที่ใช้ศูนย์กลางเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่สำคัญที่ได้ทำการศึกษาเพื่อปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะให้มีความเหมาะสม โดยจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่งให้ตอบสนองต่อการเดินทางของ ประชาชนต่อไป


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles