กบข. เดินหน้ายกระดับองค์กร กระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ เชื่อมข้อมูล ดูแลผลประโยชน์ข้าราชการเกษียณ เร่งแก้กฎหมาย เพื่อให้ออมยาว
นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง ทำให้กบข.ต้องเร่งยกระดับองค์กร เพื่อดูแลสสมาชิกที่มีอยู่ 1.29 ล้านคน ให้มีการออม เร็วขึ้น ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เนื่องจากเกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ย 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ ดังนั้นจะมุ่งยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม
สำหรับแนวทางการบริหารเงินกองทุนของ กบข. ในปีนี้ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงจากปัจจัยรอบด้าน แต่ผลการดำเนินงานในภาพรวมยังสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนในแต่ละประเภทได้อย่างน่าพอใจ โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนในแผนการลงทุนทั้ง 8 ประเภทมีการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ แผนการลงทุนในหุ้นไทย 34.69%, แผนการลงทุนในต่างประเทศ 24.19%, แผนการลงทุนชะรีอะฮ์ 20.41%, แผนการลงทุนสมดุลชีวิตอายุต่ำกว่า 50 ปี 17.23%, แผนการลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 15.79%, แผนการลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ 12.26%, แผนการลงทุนทั่วไป 8.08% และแผนการลงทุนในทองคำ 5.58%
สำหรับแนวทางหลังจากนี้ ประเมินว่ายังต้องการรักษาแนวทางการเติบโตไว้ พร้อมกับเตรียมปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยจะเปลี่ยนจากแนวคิดเดิมที่เน้นการกระจายการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ มาสู่แนวคิดการบริหารการลงทุนรูปแบบใหม่ที่มองภาพรวมแบบงบดุลเดียว หรือทีพีเอ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำปัจจัยความเสี่ยง เข้ามาผสมผสานกับจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายระยะยาว
ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันแบบจำลองเดิมเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง โดยบางสถานการณ์ราคาหุ้นและตราสารหนี้ปรับตัวลดลงพร้อมกัน ต่างจากอดีตที่ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม การหันมาเน้นปัจจัยเสี่ยง จะช่วยให้กองทุนวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงลึก เช่น แรงกดดันจากเงินเฟ้อ หรือสถานการณ์สงคราม เพื่อกระจายความเสี่ยงและปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนของภาพรวมตลาดหุ้นไทย กบข. ยังคงมีมุมมองเชิงบวกและเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยยังมีศักยภาพในการทำผลงานที่ดี และตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชนกลับขยายตัวได้สูงถึง 14% แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดจากสถานการณ์สงคราม นโยบายภาษีของทรัมป์ เงินเฟ้อทั่วโลก
นอกจากนี้ กบข. มีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ ให้ออมต่อได้ สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน



