คมนาคมสั่ง ทช. ลุย 3 Quick-Win ดันเมกะโปรเจกต์ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา รับลูกนโยบายแบริเออร์ยาง เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยแลนด์ ริเวียร์ร่า
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายสำคัญให้แก่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยเน้นย้ำการขับเคลื่อน นโยบายแบริเออร์ยาง (Rubber Fender Barrier: RFB) และเสาหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post: RGP) เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน และช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าสรุปรายละเอียดงบประมาณ และเส้นทางนำร่องภายใน 3 เดือน พร้อมสั่งเร่งเครื่องโครงการ Quick-Win และเมกะโปรเจกต์สำคัญ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ

ชู “นโยบายแบริเออร์ยาง” เซฟชีวิตผู้ใช้ถนน ช่วยเกษตรกร
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจน ในการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และแผ่นยางหุ้มราวเหล็ก (Guardrail) เพื่อลดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และการทดสอบในประเทศเกาหลีใต้ พบว่าการใช้ยางพาราหุ้มแบริเออร์ช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ 10-20% และหากใช้หุ้มราวเหล็กบริเวณทางโค้งจะช่วยลดความรุนแรงได้สูงถึงเกือบ 40%
สำหรับการดำเนินงานได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมี นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เพื่อประสานงานกับสหกรณ์ยางพารา 29 แห่งทั่วประเทศ ในการรับซื้อวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน คาดว่าจะเริ่มเห็นผลการนำร่องในปีงบประมาณ 2570 และบรรจุเป็นนโยบายหลักในปีงบประมาณ 2571-2572 ต่อไป
สั่ง ทช. ลุย 3 Quick-Win และ 2 เมกะโปรเจกต์ใหญ่
นอกเหนือจากนโยบายด้านความปลอดภัย นายพิพัฒน์ ยังได้มอบหมายให้ นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งรัดแผนงาน Quick-Win ดังนี้:
- Quick-Win 1: เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้เปิดใช้โดยเร็ว
- Quick-Win 2: เร่งประกวดราคาโครงการที่พร้อมก่อสร้าง โดยเฉพาะ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง) และ สะพานเชื่อมเกาะลันตา (อ.เกาะลันตา จ.กระบี่) วงเงินกู้จากธนาคารโลก (World Bank) กว่า 4.5 พันล้านบาท คาดลงนามสัญญาในเดือน มิ.ย. 2569 และแล้วเสร็จในปี 2572
- Quick-Win 3: เร่งเสนอโครงการใหม่ต่อ ครม. และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย
อัปเดต “ไทยแลนด์ ริเวียร์ร่า”
ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดี ทช. ได้รายงานความคืบหน้าโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเล ดังนี้:
- ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ชุมพร): ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- ระยะที่ 2 (ชุมพร-สงขลา): อยู่ระหว่างขอจัดงบปี 70 เพื่อศึกษาออกแบบ
- ระยะที่ 3 (ช่วงสมุทรปราการ-สมุทรสงคราม และ เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์): บางส่วนอยู่ระหว่างสำรวจอสังหาริมทรัพย์ และบางส่วนเริ่มก่อสร้างแล้วกว่า 81 กม.
- ระยะที่ 4 (สงขลา-นราธิวาส): อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ คาดเสร็จปี 69
- ระยะที่ 5 (ฝั่งอันดามัน): อยู่ระหว่างการศึกษาโดย สนข. เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายท่องเที่ยว 6 จังหวัดภาคใต้

แบริเออร์ยางพารา สำคัญต่อความปลอดภัยทางถนน
การนำยางพารามาประยุกต์ใช้ในงานวิศวกรรมจราจร ไม่ใช่เพียงการพยุงราคาสินค้าเกษตร แต่คือการนำคุณสมบัติ “ความยืดหยุ่นสูง” ของยางธรรมชาติมาใช้ในการดูดซับแรงกระแทก (Energy Absorption) ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้
- ลดแรงปะทะ: เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ แผ่นยางจะช่วยกระจายแรงกระแทก ไม่ให้รถกระเด็นกลับเข้าไปในเลนจราจร ซึ่งมักเป็นสาเหตุของการชนซ้ำซ้อน
- ลดความสูญเสีย: สถิติชี้ชัดว่าช่วยลดดัชนีความรุนแรงของการบาดเจ็บ (Severity Index) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความยั่งยืน: เป็นการสนับสนุน Circular Economy โดยใช้ทรัพยากรในประเทศ ลดการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ และสร้างรายได้หมุนเวียนให้สหกรณ์ท้องถิ่น
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : สิริพงศ์ ยันไม่ย้ายหมอชิต 2 ลุย ระบบเชื่อมต่อ บขส.ไปสถานีกลางบางซื่อ



