ขยับจุด ท่าเรือระนอง แลนด์บริดจ์ เลี่ยงเขตแดน ปั้นฮับโลก

กดแชร์

“พิพัฒน์” คอนเฟิร์มเดินหน้าโครงการ ไม่ใช้งบรัฐ ขยับ 50 กม. ท่าเรือระนอง แลนด์บริดจ์ เลี่ยงเสี่ยงเขตแดน เพิ่มศักยภาพน่านน้ำไทย

การพัฒนาพื้นที่ ท่าเรือระนอง แลนด์บริดจ์ กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาที่สุดในขณะนี้ เมื่อกระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศปรับแผนการวางตำแหน่งท่าเรือฝั่งอันดามันใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินเรือ และตัดปัญหาข้อพิพาทด้านเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยยืนยันว่าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามันนี้ จะเป็นนโยบายเรือธงที่ขับเคลื่อนผ่านการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยไม่พึ่งพางบประมาณแผ่นดิน

ขยับพิกัด ย้ายจุดสร้างท่าเรือ

จากการศึกษาความเหมาะสมล่าสุด นายพิพัฒน์เตรียมลงพื้นที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อติดตามแผนการปรับตำแหน่งที่ตั้งของท่าเรือระนอง จากเดิมที่ศึกษาไว้ในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง ให้ขยับออกไปประมาณ 40-50 กิโลเมตร เนื่องจากพิกัดเดิมมีความใกล้ชิดกับเขตแดนประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป การขยับตำแหน่งจะช่วยให้เรือสินค้าขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่า และทิ้งสมอได้อย่างอิสระภายในน่านน้ำไทย 100% ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากทางกฎหมายระหว่างประเทศ และเพิ่มความมั่นคงทางอธิปไตย

โอกาสทองท่ามกลางวิกฤตเดินเรือโลก

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่างคลองปานามา และช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้โครงการแลนด์บริดจ์ และท่าเรือฝั่งชุมพร กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่โลกกำลังมองหา ในฐานะเส้นทางขนส่งทางเลือก (Alternative Route) เพื่อเลี่ยงความแออัดของช่องแคบมะละกาที่มีร่องน้ำสัญจรเพียง 2 กิโลเมตร โดยรัฐบาลมั่นใจว่า รูปแบบการลงทุน PPP จะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาความคุ้มค่าในระยะยาวภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)

SEC และอนาคตภาคใต้ไทย

SEC คืออะไร ต่างจาก EEC อย่างไร ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) คือโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุม 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ ระนอง, ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยมีโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นประตูบานใหญ่ฝั่งอันดามัน ต่างจาก EEC ที่เน้นอุตสาหกรรมไฮเทค แต่ SEC จะเน้นไปที่ระบบโลจิสติกส์โลก และการเชื่อมโยงสองมหาสมุทรเข้าด้วยกัน

ประโยชน์ที่ท้องถิ่นจะได้รับจากแลนด์บริดจ์

  • การจ้างงาน: คาดว่าจะเกิดการจ้างงานในภาคบริการ และโลจิสติกส์นับหมื่นตำแหน่ง
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ถนนและระบบรางจะได้รับการพัฒนาเชื่อมโยงจากท่าเรือสู่พื้นที่ชั้นใน
  • เศรษฐกิจชุมชน: สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจะมีช่องทางส่งออกที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำลง

รูปแบบการลงทุน PPP

การใช้ระบบร่วมลงทุนกับเอกชน (Public-Private Partnership) ช่วยให้รัฐไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินจากงบประมาณภาษี แต่เป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทเดินเรือ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งจะทำให้โครงการมีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์สูงสุด

th landbridge cost

บทสรุป

โครงการแลนด์บริดจ์ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างท่าเรือ แต่คือการรีเซ็ตบทบาทของประเทศไทยบนแผนที่ขนส่งโลก ซึ่งพิกัดใหม่ที่กำลังจะถูกปักหมุดในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ชี้วัดความสำเร็จของระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ในอนาคต

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : งบ 70 คมนาคม ชู “เน้นซ่อมไม่เน้นสร้าง”


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles