รมช.คมนาคม จี้ กทท. เร่งเคลียร์ปมส่งมอบพื้นที่ ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 สั่งดึง วสท. ร่วมเช็กสเปกงานวิศวกรรม พร้อมผุด Buffer Zone 127 ไร่ แก้รถติด ยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่สากล
กระทรวงคมนาคม เร่งรัดอภิมหาโครงการโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนา ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 (ระยะที่ 3) เผยงานก่อสร้างทางทะเลคืบหน้าแล้วกว่า 95% พร้อมมอบนโยบายการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ให้เร่งหาข้อยุติในการส่งมอบพื้นที่กับคู่สัญญาอย่างโปร่งใส และปักธงเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ F1 ภายในปี 2574 เพื่อรองรับระบบขนส่งและโลจิสติกส์ไทยสู่นานาชาติ
เร่งเคลียร์ข้อสัญญาพื้นที่ F1 และ F2
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามงานต่อเนื่องจากการมอบนโยบายให้ กทท. เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยต้องการรับฟังข้อมูลความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคจากผู้ปฏิบัติงานโดยตรง เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีรายละเอียดดังนี้:
- งานก่อสร้างทางทะเล: มีความคืบหน้าประมาณ 95.57%
- งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค: มีความคืบหน้าประมาณ 19.82% (อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขแบบและสัญญา เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ กทท. พิจารณา)
นายสรรเพชญ ระบุว่า คณะทำงานฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดแนวทางการส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F และระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน ซึ่ง กทท. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเชิงวิศวกรรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดคุณภาพงานถมทะเลในพื้นที่ F1 และ F2 นอกจากนี้ เตรียมจะขอความเห็นทางวิชาการจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาด้านเทคนิคร่วมกับข้อเรียกร้องทางกฎหมายของคู่สัญญา คาดว่าจะได้ข้อยุติโดยเร็วและดันให้ท่าเทียบเรือ F1 เปิดบริการได้ภายในปี 2574

ใช้มาตรการเร่งรัดปี 69 ผุด Buffer Zone 127 ไร่
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและยกระดับมาตรฐานท่าเรือ นายสรรเพชญ ได้มอบนโยบายมาตรการเร่งรัดปี 2569 เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดรอบพื้นที่ท่าเรือ ดังนี้:
- บริหารพื้นที่ Buffer Zone กว่า 127 ไร่: จัดทำเป็นลานพักรถบรรทุกก่อนเข้าสู่ท่าเทียบเรือ เพื่อลดแถวคอยบนถนนสายหลัก
- เพิ่มประสิทธิภาพ Sub Gate: กำชับท่าเทียบเรือคู่สัญญารักษามาตรฐานระบายรถบรรทุกไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง
- ใช้พื้นที่ SRTO (ศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ): รองรับตู้สินค้าขาออกเพื่อลดความแออัดในลานเอกชน
- ตั้งทีมบูรณาการ 24 ชั่วโมง: ประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่, ผู้ประกอบการ, กรมศุลกากร, กรมทางหลวง (ทล.), กรมทางหลวงชนบท (ทช.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารคิวรถอย่างเป็นระบบ

วางแผนระยะยาว ดันขนส่งทางรางแตะ 50%
ในระยะยาว รมช.คมนาคม ได้สั่งการให้ กทท. เร่งจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงอัตราค่าภาระ และลดตู้สินค้าคงค้าง ที่สำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางระหว่างไอซีดี (ICD) ลาดกระบัง กับท่าเรือแหลมฉบัง ให้ได้อย่างน้อย 50% รวมถึงส่งเสริมการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “สรรเพชญ” ลุยระโนด เดินหน้า แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง สงขลา



