เร่งแก้ปม ท่าเทียบเรือ F1 ใน 60 วัน ลุยทางด่วน S1 เชื่อมกรุง-แหลมฉบัง รับแผนยุทธศาสตร์ ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค เต็มสูบ
รัฐมนตรีช่วยฯ คมนาคม สรรเพชญ บุญญามณี ลงพื้นที่มอบนโยบายการท่าเรือฯ สั่งเร่งสปีดโครงการแหลมฉบังระยะที่ 3 แก้ไขปัญหาเทคนิคถมทะเลท่าเทียบเรือ F1 ที่ล่าช้ากว่า 6 เดือน พร้อมรับมือข้อเรียกร้องกลุ่ม GPC 4 พันล้านบาท วางหมากดันไทยเป็น ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค ด้วยนโยบาย 6 ด้าน ยกระดับ Smart Port และระบบขนส่งไร้รอยต่อ
ผ่าทางตันแหลมฉบังเฟส 3 ตั้งคกก. 3 ฝ่าย จบปัญหาใน 60 วัน
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุด คือการแก้ปัญหาโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยเฉพาะในส่วนของ ท่าเทียบเรือ F1 ที่ปัจจุบันการส่งมอบพื้นที่ล่าช้ากว่าแผนเดิมถึง 6 เดือน (จาก พ.ย. 68 เป็น มิ.ย. 69) เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคเรื่องความหนาแน่นของการถมทะเลที่ไม่สอดคล้องกัน ระหว่างสัญญาจ้างก่อสร้าง และสัญญาสัมปทาน
ขณะนี้กลุ่ม GPC (กัลฟ์-พีทีที แทงค์-ไชน่า ฮาร์เบอร์) ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมขอขยายเวลาก่อสร้างเพิ่มอีก 2 ปี นายสรรเพชญจึงได้สั่งตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้ได้ภายใน 60 วัน โดยอาจนำเทคโนโลยีวิศวกรรมใหม่ๆ มาช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงดิน จาก 2,000 ล้านบาท ให้เหลือเพียง 1,000 ล้านบาท


กางโรดแมปทางด่วน S1 เชื่อมท่าเรือกรุงเทพ-บางนา
อีกหนึ่งโปรเจกต์ไฮไลต์เพื่อลดคอขวดการขนส่ง คือการเร่งรัดโครงการทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพ กับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) เพื่อให้การไหลเวียนของสินค้าจากใจกลางเมือง สู่ท่าเรือหลักเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในปี 2569 และเริ่มปักเสาเข็มก่อสร้างในปี 2570
6 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางการค้าโลก
เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค อย่างยั่งยืน นายสรรเพชญได้มอบนโยบาย 6 ด้านหลักให้ กทท. นำไปปฏิบัติ ประกอบด้วย:
- เพิ่มขีดความสามารถโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งรัดแหลมฉบังเฟส 3 และพัฒนาท่าเรือภูมิภาค เช่น ท่าเรือระนอง และท่าเรือลุ่มน้ำโขง
- การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ (Multimodal): เชื่อมราง-ถนน-น้ำ และผลักดันโครงการ Dry Port (ท่าเรือบก)
- Smart Port: นำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้บริหารจัดการตู้สินค้า
- แก้ปัญหาจราจร: บริหารพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ และแหลมฉบังเพื่อลดความแออัด
- Green Port: มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
- ยกระดับองค์กร: เตรียมพร้อมรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก


ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ไม่ใช่เพียงแค่การขยายพื้นที่ฝั่งทะเล แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าจาก 11 ล้าน TEU ต่อปี เป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยมากขึ้น ส่งผลให้ไทยรักษาตำแหน่งการเป็นประตูการค้าหลักของอาเซียนได้อย่างแข็งแกร่ง
จับตาบอร์ดใหม่-ผอ.กทท. คนใหม่ ใน 90 วัน
สำหรับการบริหารจัดการภายใน นายสรรเพชญ เตรียมเสนอรายชื่อคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท. ชุดใหม่ต่อ ครม. ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และจะดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการ กทท. คนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ แลนด์บริดจ์ พ.ค. นี้ รับฟังเสียงประชาชน



