“คีรี” ปลื้ม จองกว่า 3 เท่า ลั่นราคาเดิม เว้นแต่สงครามบานปลาย เผยโครงการคลองหลวงจองกว่าเท่าตัวมั่นใจต้องแรนด้อมหาผู้มีสิทธิอีกแน่ ระบุหากปิดจองคลองหลวงแล้ว พร้อมผุดโครงการใหม่ภายใน 1 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บีทีเอสกรีป จัดพิธีการ และจัดสรรสิทธิ D:CODE ศรีนครินทร์ ณ อาคาร BTS Visionary Park โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส กล่าวว่า แม้สถานกถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่ดีแต่พบว่า บ้านชาวไทย โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ ได้รับความสนใจจากผู้บิโภคอย่างล้นหลาม โดยมีผู้จองสิทธิเกิน 3 เท่าของจำนวนยูนิต หรือประมาณกว่า 10,000 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ากว่าครึ่งที่ลูกค้าต้องการซื้อด้วยเงินสด ดังนั้นเมื่อมีความต้องการอย่างล้นหลาม จึงจำเป็นต้องจัดสรรสิทธิอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสด้วยวิธีการแรนด้อมหาผู้โชคดี
สำหรับบริษัทมีความตั้งใจดีที่จะพัฒนาโครงการเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และการที่มีผู้บริโภคสนใจอย่างล้นหลามนั้นเพราะเห็นถึงความตั้งใจดังกล่าว อีกทั้งกลุ่มบีทีเอสมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงตั้งแต่แรกที่จะพัฒนาโครงการที่เหมาะสม และเชื่อว่าไม่มีใครคิดเหมือนเรา ที่ทำโครงการคอนโดพร้อมอยู่ เพื่อให้ลูกค้าหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที นั่นคือสร้างเสร็จตกแต่งและสินค้าทุกย่างที่บริษัทให้ไปนั้นเป็นของมีคุณภาพ และเป็นการสนองความต้องการของตนที่อยากสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่
“เราทำให้คนกลุ่มนี้กล้าคิดที่จะมีบ้าน และได้ที่อยู่อาศัยคุณภาพ เราจึงออฟเฟอร์ให้กับเขา เพื่อให้เขามีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และเมื่อดูจากตัวเลขการจองแล้วรู้สึกดีใจมาก เพราะสามารถสนองความหวังของคนกลุ่มนี้ได้ ถามว่าทำไมสถานการณ์แบบนี้มีคนจอง 3 เท่า เพราะเขาเห็นสินค้าและความตั้งใจจริงของผู้ประกอบการ ว่าอนาคตที่เขารอเขาจะได้สิทธิที่ดีที่สุด และผมคิดว่ามีห้องตัวอย่างให้เขาดู มีเฟอร์นิเจอร์ มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เราเริ่มที่การออกแบบตกแต่งภายในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพอย่างดี ตัวเลขที่จองเข้ามาเลยเกินไป 3 เท่าเราปิดจอง 24 มี.ค.ก็เลยทำให้คนที่ต้องการเข้ามาจะขอสิทธิตัวเลขได้เท่านี้ หากเปิดต่อตัวเลขจะมากกว่านี้”

นายคีรีกล่าวว่า ขอยืนยันบนเวทีว่าโครงการที่ศรีนครินทร์ราคาที่เสนอไปไม่ผิดจากนี้แน่นอน ยกเว้นสงครามไม่จบวัสดุขึ้นราคามากก็ต้องปรับขึ้น แต่ตอนนี้ยังราคาเดิมอยู่ ตนเชื่อว่าคนทำธุรกิจต้องมีกำไร เมื่อวิกฤต มีสงครามทุกอย่างจะแพง ตนเห็นว่ามาร์จิ้นของเรา 100 บาท อาจลดกำไรลงมานิดหน่อยช่วยให้คนอยากมีบ้านมีความสุข สถานการณ์ต้องเปลี่ยนไป ต้องทำให้เขาได้บ้านและเรามีโปรฟิชให้เขาเดินต่อและสนับสนุนปประชาชนให้มีบ้าน
สำหรับโครงการที่คลองหลวงซึ่งเปิดตัวในช่วงสงครามตะวันออกกลาง แต่เชื่อหรือไม่ว่าโครงการดังกล่าวก็มีคนจองไปเกือบเท่าตัว และเชื่อว่าต้องจับฉลากเหมือนกัน ส่วนต้นทุนขึ้นเท่าไหร่ ยังอยู่ในอัตราที่คุยกันอยู่ เป็นเรื่องที่การทำโครงการนี้มีความคิดจากปกติที่พัฒนา โดยยืนยันว่าจะทำอย่างยั่งยืนคือพัฒนาจำนวนมากกระจายไปทั่วประเทศ และการที่ทำเป็นจำนวนมากได้ เนื่องจากตนเองเข้าไปลงทุนในด้านการผลิตวัสดุก่อสร้างด้วย เป็นตัวเลขทีค่อนข้างมาก แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด จึงทำให้ต้นทุนของบีทีเอสถูกกว่ารายอื่น ยกเว้นหากสงครามจะขยายใหญ่ซึ่งอาจจะกระทบกับการนำเข้าวัสดุบางอย่างอันนั้นอาจต้องปรับ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น
“วิธีการคิด แนวทางการทำเรื่องนี้ ไม่ปกติเท่าไหร่ เพราะปกติหากลูกค้าจะซื้อบ้านต้องมีเงิน2 ก้อน คือ เงินดาวน์กับเงินผ่อนแต่กับของเราไม่ต้องใช้2 ก้อนนั้น ไม่ต้องมีมัดจำ ต้องจ่ายค่าเช่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วค่อยนำค่าเช่ามาจ่ายค่าคอนโด เลยท้าทายว่าราคานี้จะมีมูลค่าหรือไม่ จริงๆ คือคุณยังไม่ได้ใช่เงินอะไรเลย “
นายคีรีกล่าวว่า ยืนยันว่าบ้านชาวไทยจะเกิดขึ้นในทำเลอื่นๆ ด้วยอย่างแน่นอนและอีกหลายที่ โดยหลังจากที่ปิดโครงการคลองหลวงไป 1 เดือนก็จะประกาศสร้างที่ใหม่ต่อไป กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเป็นในกทม.ปริมณฑลหรือต่างจังหวัด แต่ทั้งนี้จะต้องรอดูสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางก่อนว่าจะกลับมาปกติหรือไม่ หากสงครามสงบเราจะเดินหน้าโครงการบ้านชาวไทยต่อไป เพราะยังมองไม่เห็นว่ามีผู้ประกอบการจะมาทำโครงการแบบเรา เราๆจะเดินหน้าทั้งประเทศ โดยที่ดินที่ใช้ในการพัฒนานั้นมีทั้งที่ดินเก่าและที่ดินใหม่ อยู่ที่ความเหมาะสม
“เราจะทำบ้านชาวไทยต่อเนื่อง เพราะเราโตมาจากอสังหาริมทรัพย์ แม้ในช่วงหลังอสังหาฯจะมีน้อยเพราะหันมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่อสังหาฯเราก็จะต้องทำต่อไป เพราะเราอยากทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมและสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เราเชื่อมั่นว่าเราทำได้และเราทำให้ดูแล้ว”
นายคีรีกล่าวว่า สำหรับผู้ที่จองบ้านชาวไทยสามารถเช็กสิทธิที่ได้รับการคัดเลือกได้ที่ www.baan-chaothai.com และ Facebook “บ้านชาวไทย” ได้ ในวันที่ 21 เม.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และเมื่อรู้ผลแล้วคนที่ได้รับสิทธิจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อทำสัญญาให้พร้อม โดยโครงการจะเริ่มก่อสร้างกลางปี 69 และจะแล้วเสร็จพร้อมโอนได้ภายในไม่เกินกลางปี 71



