ครม. สั่งถอยเก็บเงินคนใช้ไฟเยอะมาอุ้มกลุ่มเปราะบาง หลังรับทราบข้อกังวลของสังคมเตรียมควักงบอุดหนุนกลุ่มใช้ต่ำกว่า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท แทน นำเข้าที่ประชุม กพช.วันที่ 29 เม.ย.นี้ ให้มีผลในบิลค่าไฟเดือนมิ.ย. 2569 พร้อมสั่งหน่วยรัฐลดการใช้พลังงานลง 20% ผูกติดการชี้วัดประเมินผลงานผู้บริหารระดับสูง
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการปรับแผนสำคัญเพื่อดูแลประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม
โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้รายงานที่ประชุม ครม.ว่าได้รับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจ การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่กำลังพิจารณาจึงจะไม่ให้กระทบกับกลุ่มใด ซึ่ง ครม.มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปพิจารณารายละเอียดของโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในวันที่ 29 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงพลังงานมีแนวคิดจะปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) โดยใช้กลไกการถัวเฉลี่ยข้ามกลุ่ม (Cross-Subsidy) หรือการนำเงินจากกลุ่มผู้ที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากมาอุดหนุนกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย แต่จากการรับฟังความคิดเห็น ครม. รับทราบถึงข้อกังวลของประชาชนว่ามาตรการนี้จะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้คนกลุ่มหนึ่งเพื่อช่วยอีกกลุ่มหนึ่ง
“ ครม. เข้าใจถึงข้อกังวลนี้ และเห็นพ้องว่ามาตรการดูแลกลุ่มรายได้น้อยจะต้องไม่ไปสร้างผลกระทบหรือเพิ่มภาระให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยหรือ 400 หน่วยขึ้นไป รัฐบาลจึงเปิดช่องให้พิจารณาใช้แหล่งเงินจากงบประมาณ เข้ามาดำเนินการอุดหนุนแทน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสบายใจและเกิดความเท่าเทียม”
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ 200 หน่วยแรกของบ้านอยู่อาศัยในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 90% ของครัวเรือนทั้งประเทศ
ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกแบบโครงสร้างราคาใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย. 2569 และให้นำเงินผลประหยัดสะสมจากการจัดสรรก๊าซธรรมชาติ (Bypass Gas) จำนวนกว่า 369 ล้านบาท มาช่วยลดค่า Ft ให้กลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือนในงวดปัจจุบันทันที
สำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 200 หน่วยขึ้นไป รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งแต่ส่งเสริมให้ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยมีมาตรการจูงใจดังนี้ ด้านการเงิน สนับสนุนโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่มีค่าผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟฟ้าปกติ ต่อไปจะมีระบบ Net Billing เปิดโอกาสให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าระบบได้ (สำหรับขนาดไม่เกิน 5 กิโลวัตต์) และให้สิทธิประโยชน์ภาษี กรณีที่ไม่ขายไฟคืนเข้าสู่ระบบ สามารถนำค่าใช้จ่ายไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีOne Stop Service ปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งให้รวดเร็วภายใน 7-30 วัน
นอกจากนี้ ครม. ยังสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งดำเนินการตามมาตรการลดใช้พลังงานลง 20% ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า(EV) พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งเปลี่ยนไฟสาธารณะทั่วประเทศเป็นหลอด LED และใช้ระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อลดภาระงบประมาณและยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว



