เปิดยุทธศาสตร์ ธนู 3 ดอก สู่ชัยชนะ Big Win ปฏิรูปกฎหมายรวบยอด ปั้นพลังงานสะอาด ยกเครื่องการศึกษา ยันไทยไม่ใช่คนป่วยเอเชีย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ประกาศวิสัยทัศน์ ชูยุทธศาสตร์ ธนู 3 ดอก เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในการนำพาประเทศไทยฝ่ามรสุมเศรษฐกิจปี 2569 ที่มีความผันผวนสูง ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกร้อน และโครงสร้างเศรษฐกิจภายในที่อ่อนแอ โดยมุ่งหวังจะเปลี่ยนจากประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของภูมิภาค
เจาะลึกกลยุทธ์ธนู 3 ดอก สู่ Big Win ของเศรษฐกิจไทย
การใช้ยุทธศาสตร์ธนู 3 ดอก ในครั้งนี้ประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ดังนี้
- ธนูดอกที่ 1: ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เน้นการลงทุนในพลังงานสะอาดและผลักดัน Direct PPA (การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง) เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
- ธนูดอกที่ 2: ปฏิรูปทรัพยากรมนุษย์ด้วย Skill Bridge เชื่อมโยงภาคการศึกษากับเอกชน ออกแบบหลักสูตร AI และดิจิทัลให้ตรงความต้องการตลาด เรียนจบต้องมีงานทำทันที
- ธนูดอกที่ 3: ปฏิรูปกฎหมาย Omnibus Law รวบยอดกฎหมายการลงทุนไว้ในฉบับเดียว ลดขั้นตอนการตั้งโรงงานจาก 2 ปี เหลือไม่ถึง 1 ปี และปลดล็อกวีซ่าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติไม่ต้องรายงานตัวทุก 3 เดือน
Omnibus Law คืออะไร? ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญของการลงทุนไทย
กฎหมายรวบยอด หรือ Omnibus Law ที่ถูกพูดถึงในยุทธศาสตร์ธนู 3 ดอก นี้ คือการนำเอากฎระเบียบที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายกระทรวงมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อสร้าง “ทางด่วน” ให้กับการลงทุน (Fast-track Investment)
- ความเร็วคือโอกาส: ในโลกปัจจุบันที่การย้ายฐานการผลิตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศที่มีขั้นตอนอนุมัติสั้นที่สุดย่อมได้เปรียบ
- ลดอุปสรรคคอรัปชัน: การลดขั้นตอนและใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
- สร้างความเชื่อมั่น: เมื่อกฎหมายชัดเจนและเบ็ดเสร็จ นักลงทุนรายใหญ่อย่างกลุ่มทุนเกาหลีใต้หรือตะวันออกกลางย่อมกล้าตัดสินใจวางเม็ดเงินในระยะยาว
นายเอกนิติเชื่อมั่นว่า หากสามารถปล่อยธนู ทั้ง 3 ดอก นี้ได้เข้าเป้า ประเทศไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง และก้าวพ้นจากการถูกตราหน้าว่าเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ได้อย่างแน่นอน โดยปีนี้รัฐบาลตั้งเป้า กระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงสูงถึง 970,000 ล้านบาท
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : สภาพัฒน์ถกด่วน! รับมือทรัมป์ ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รายสินค้า



