“พิชัย” เรียกรัฐ-เอกชน หารือมาตรการและข้อเสนอเพิ่ม รับมือภาษีทรัมป์

กดแชร์

“พิชัย”  นัดประชุมครั้งใหญ่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อหามาตรการเยียวยา-ข้อเสนอเพิ่ม แบบลงลึกในรายละเอียดรายการสินค้า เพื่อรับมือภาษีทรัมป์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68  นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  ได้เรียกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)​ รวมถึงบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)​  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​หรือซีพีเอฟ  เพื่อจัดเตรียมมาตรการเยียวยา รวมถึงข้อเสนอเพิ่มเติม กรณีการจัดเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐอเมริกาในอัตรา 36% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่   1 ส.ค.68 นี้

นายพิชัย กล่าวหลังการหารือว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำงานเพื่อเจรจาต่อเนื่องก่อนจะถึงวันที่ 1 ส.ค. 68 และเตรียมการให้พร้อมทุกอย่าง เนื่องจากไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกทางไหน กระทบรายใดและใครบ้าง  เมื่อมีการลงรายละเอียดแล้ว พบว่า อัตราภาษีมีหลายพิกัด  เช่น สินค้าไทย มีชิ้นส่วนประกอบเป็นสินค้าผลิตในประเทศ หรือLocal content ไม่ถึง%ที่สหรัฐฯกำหนดไว้ ดังนั้นผลกระทบจะแตกต่างกัน  อีกทั้งแต่ละธุรกิจแตกต่างกัน จึงต้องกำหนดมาตรการและเครื่องมือในการช่วยเหลือที่แตกต่างกันไป  

“จึงฝากการบ้านให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการบ้าน แล้วรวบรวมมาส่งที่ผมภายในวันที่ 11 ก.ค.68 เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือ รวมถึงเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯให้ได้ข้อยุติก่อนวันที่ 31 ก.ค. นี้”

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์  ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ความกังวลของภาคเอกชนเกี่ยวกับภาษีสหรัฐฯ​คือ การเจรจาไม่จบ ไม่ทันกำหนดวันสิ้น 1 ก.พ 68  หากไทยถูกจัดเก็บภาษี 36% ทำให้การส่งออกไทยเสียหายหนัก เพราะสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกของไทย สัดส่วน 18%  แต่หวังว่าไทยจะไม่เสียเปรียบ เทียบกับเวียดนามแล้ว ไทยเกินดุลสหรัฐฯเพียง 46,000 ล้านสหรัฐฯ​ ต่างจากเวียดนาม 120,000 ล้านเหรียญฯ สูงกว่าไทย ถึง 3 เท่าตัว 

ส่วนประเด็นที่รัฐบาลได้เสนอลดภาษี 0% ให้สหรัฐ นับพันรายการนั้น ไม่ได้มีความกังวล เพราะที่ผ่านมา ไทยได้ลดภาษี  0% ผ่านความตกลงทางการค้าเสรี (เอฟทีเอ)​กับหลายประเทศ  เช่น ผลไม้ นำเข้ามาจากจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ 0%อยู่แล้ว หากเพิ่มสหรัฐฯ เข้ามา ก็ไม่น่าจะมีผลอะไร และที่สำคัญรัฐบาล ให้นำเข้าเฉพาะสินค้าที่ขาดแคลน  และต้องให้ในสิ่งที่ไม่กระทบต่อเกษตรกรของไทย ที่ผ่านมาถือว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว แต่ก็ต้องทำไป รวมถึงต้องเจรจาในรายละเอียด แต่ละรายการสินค้าด้วย 


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles