กัลฟ์ คาดผลการดำเนินงานในไตรมาสสี่ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ภายในประเทศ มี7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 597 เมกะวัตต์
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าไตรมาส 4 ปี68 คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ทั้งนโรงไฟฟ้าพลังานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (solar farms) และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งในประเทศ มี 7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 597 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ไตรมาส 4 เป็นช่วง high season ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul Corporation ในประเทศไทย และโครงการ BKR2 ในประเทศเยอรมนี คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น

สำหรับปี69 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นอีกจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 623 เมกะวัตต์ รวมถึงการเปิดดำเนินการของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ ในเดือนพ.ค.69 ในขณะที่โครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีกประมาณ 50 เมกะวัตต์ ในปี69
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้า data center เพิ่มขึ้นอย่างมากในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี69 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อ
ในส่วนของธุรกิจก๊าซ ในปี69 กลุ่มบริษัทฯ มีแผนขยายการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จาก shipper fee ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2569 จะได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลรับจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G การเพิ่มขึ้นของ ARPU และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังจากการชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz

นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่าในขณะที่กลุ่มธุรกิจดิจิทัลจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปี 2569 โดยจะเป็นปีแรกที่บริษัทฯ รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของโครงการ GSA01 ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ ขนาด 25 เมกะวัตต์ ที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel และ AIS ภายหลังจากที่ได้เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่โครงการ GSA02 ซึ่งมีขนาด 38 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1/2570 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการศูนย์ข้อมูลเป็น 300-500 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
สำหรับธุรกิจคลาวด์ บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ AIS ภายใต้บริษัทฯ G-AIS เพื่อให้บริการระบบคลาวด์ทั้งในรูปแบบ public cloud และ private cloud โดยร่วมมือกับ Oracle Alloy, Google และ Microsoft ในการให้บริการระบบคลาวด์และพัฒนาโซลูชันด้านดิจิทัลร่วมกัน เพื่อขยายการเข้าถึงนวัตกรรมคลาวด์และเทคโนโลยี AI ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งด้าน cybersecurity เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล
สำหรับรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3ปี68 โดยมีรายได้รวม อยู่ที่ 30,177 ล้านบาท ลดลง 26% จาก 40,617 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน กำไรจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้น 3% จาก 7,101 ล้านบาท ในไตรมาส 2ปี68 เป็น 7,280 ล้านบาทกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 2% จาก 13,432 ล้านบาท ในไตรมาส 2ปี68 เป็น 13,641 ล้านบาท ในไตรมาสนี้
ณ วันที่ 30 ก.ย.68 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 752,800 ล้านบาท หนี้สินรวม 398,589 ล้านบาท และ
ส่วนของผู้ถือหุ้น 354,211 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.85 เท่า ลดลงจาก 0.87 เท่า ณ วันที่ 30 มิ.ย.68 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นส่วนของผู้ถือหุ้นจากผลประกอบการที่ดีขึ้ของกลุ่มบริษัทฯ



