“คลัง” เผย กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2568 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.68 เปิดโอกาสรายกลาง -รายเล็ก ผลิตเหล้า-เบียร์ได้
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2568 และกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2568 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.68 นี้เป็นต้นไป เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตผลิตสุราให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงปรับปรุงมาตรฐานการผลิตสุราใหม่ให้เหมาะสมกับกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมสุราได้อย่างยั่งยืน
โดยการผลิตสุรายังคงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผลิตสุราเพื่อการค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อข่าย แลกเปลี่ยน ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีการผลิตสุราเกิน 200 ลิตรต่อปี ส่วนผลิตสุราที่มิใช่การค้า มีปริมาณการผลิตไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใดๆที่ได้รับประโยชน์ตอบแทน
สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตผลิตสุราครั้งนี้ มีการเพิ่ม ประเภทใบอนุญาตผลิตเบียร์และสุรากลั่นให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กับผู้ผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์สด รวมถึงการปรับปรุงข้อกำหนดด้านสถานที่ตั้งโรงอุตสาหกรรมสุรา เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย โดยยังคงให้ผู้ประกอบการทุกประเภทต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และความปลอดภัยในการผลิต เช่น การมีระบบบำบัดน้ำเสีย และกระบวนการ การผลิตสุรา เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตสุราเป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค และไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ หลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตผลิตสุราใหม่ ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ฐานราก และการใช้ผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ โดยการสนับสนุนให้ใช้วัตถุดิบจากผลผลิตภาคการเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด หรือผลไม้ต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุรา ซึ่งรวมถึงสามารถใช้ผลผลิตทางการเกษตรแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสุรา เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าเกษตร และเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ นับเป็นการเชื่อมโยงระหว่างภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิตสุราอย่างเป็นระบบ
อีกทั้งยังได้วางกรอบเพื่อเปิดโอกาสให้เอทานอลที่ผลิตเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรจากอ้อยและ มันสำปะหลัง สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนสินค้าเกษตรในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
“การกำหนดหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตผลิตสุราใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเป็นผู้ประกอบการผลิตสุราที่มีมาตรฐานในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมสุราของไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิต จะยังคงดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค รักษามาตรฐานเพื่อสังคม และส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อยอย่างยั่งยืนต่อไป”



