“พิพัฒน์-สิริพงศ์” ยัน ผนังอุโมงค์รถไฟทางคู่ถล่ม ที่เชียงราย เกิดจากฝนตกชุกดินอุ้มน้ำ สั่งตั้งกรรมการรีบค้นหาความจริง เมินกระแสเอื้อทุนใหญ่เครือญาติรัฐบาล
จากกรณีอุบัติเหตุไม่คาดฝันในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ล่าสุดกระทรวงคมนาคมได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ ผนังอุโมงค์รถไฟทางคู่ถล่ม ที่เชียงราย บริเวณอุโมงค์ดอยหลวง โดยข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า เกิดจากสภาวะภัยธรรมชาติ ฝนตกชุกต่อเนื่องจนดินอุ้มน้ำ และเกิดการสไลด์ตัวพังทลายลงมา ย้ำชัดไม่ใช่การถล่มราบทั้งระบบ และไม่กระทบต่อโครงสร้างหลัก พร้อมสั่งลุยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกลุ่มทุนผู้รับเหมายักษ์ใหญ่ แม้ถูกสังคมจับตาเชื่อมโยงคนในรัฐบาล ขีดเส้นตายรายงานผลภายใน 15 วัน
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ชี้เหตุสุดวิสัยธรรมชาติ-ไม่เลือกปฏิบัติทุนใหญ่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ผนังอุโมงค์ดอยหลวงพังถล่มนั้น จากรายงานเบื้องต้นพบว่า เป็นปัจจัยทางธรรมชาติเนื่องจากมีฝนตกหนักสะสม ทำให้ชั้นดินอุ้มน้ำในปริมาณสูงจนเกิดการสไลด์ตัว อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่ใช่กรณีที่อุโมงค์พังถล่มลงมาทั้งระบบ แต่เป็นเพียงการพังทลายของผนังบางส่วนในพื้นที่ระหว่างก่อสร้างเท่านั้น
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานสากล รวมถึงมาตรฐาน ISO แต่ยอมรับว่าอุบัติเหตุในงานวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนและเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เป็นเรื่องที่ยากจะคาดการณ์และป้องกันได้ทั้งหมด ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าภาครัฐหรือผู้รับเหมาจะปฏิเสธความรับผิดชอบ
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่ถูกโยงว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในคณะรัฐบาล นายพิพัฒน์ยืนยันหนักแน่นว่า
“ไม่ควรนำความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาเป็นประเด็นในการพิจารณา แต่ต้องดูที่การคัดเลือกจากคุณสมบัติ ศักยภาพ และการผ่านเกณฑ์ประเมินตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างโปร่งใส ทุกบริษัทมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษแก่เครือญาติใครทั้งสิ้น”
หลังจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยดึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมาร่วมวิเคราะห์เชิงลึกว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือความบกพร่องของฝ่ายใด ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาตามเงื่อนไขสัญญาและระบบประกันภัย โดยจะยังไม่มีการขึ้นบัญชีดำ ใด ๆ จนกว่าผลสอบจะเสร็จสิ้น
“สิริพงศ์” สำรวจความเสียหาย ยันโครงสร้างหลักปลอดภัยดี
ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมว่า พื้นที่จังหวัดเชียงรายมีฝนตกหนักสะสม ส่งผลให้เกิดแรงดันใต้ดินดันให้ดินบางส่วนไหลทะลักเข้ามาภายในอุโมงค์คิดเป็นพื้นที่เสียหายประมาณ 5 ตารางเมตร ปัจจุบันวิศวกรผู้ควบคุมงานได้สั่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง และเสริมระบบค้ำยันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดแล้ว
นอกจากนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยทาง กระทรวงฯ ยังไม่ตัดประเด็นความประมาททิ้ง และจะเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้นายสิริพงศ์ยืนยันว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างอุโมงค์ในระยะยาว เพราะส่วนที่พังทลายเป็นเพียงโครงสร้างชั้นแรก (Temporary Lining) ในระหว่างขุดเจาะ ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการปิดผิว ซีลคอนกรีตหนาอีก 2-3 ชั้น และยังทำระบบป้องกันน้ำซึมไม่เสร็จสมบูรณ์ เมื่อเจอภาระน้ำฝนที่มากผิดปกติจึงเกิดการทรุดตัว โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งทำสรุปรายงานผลส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรีภายในไม่เกิน 15 วัน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ไฟเขียว ขยาย สัญญาเช่าสนามบินภูมิภาค 30 ปี



