สายดีเซลต้องฟัง! เช็กราคาน้ำมัน รายวันผันผวนหนัก กบน. แบกภาระขาดทุนวันละ 1.5 พันล้านบาท ยันไม่ได้เอื้อผู้ค้า แต่ต้องอิงกลไกโลก
กลายเป็นประเด็นที่คนใช้รถต้องคอย เช็กราคาน้ำมัน กันจนดึกดื่น หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มักประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลา 20.00 – 21.00 น. ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้ออกมาไขข้อสงสัยถึงสาเหตุที่ต้องประกาศราคาในช่วงกลางคืนว่า เป็นเพราะความผันผวนของตลาดโลกที่รุนแรงจนราคาช่วงกลางวัน และกลางคืนต่างกันมหาศาล ทำให้ต้องรอราคาปิดตลาดสิงคโปร์ในช่วงค่ำ เพื่อความแม่นยำในการคำนวณโครงสร้างราคาที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด
ทำไมต้องประกาศราคากลางดึก
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงว่าปัจจุบันการราคาน้ำมัน ไม่สามารถยึดตามราคาช่วงกลางวันได้เหมือนในอดีต เนื่องจากสถานการณ์ตลาดโลกมีความผันผวนสูงมาก ตัวอย่างเช่นวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ราคาตลาดโลกช่วงกลางวันติดลบถึง 20-30 ดอลลาร์สหรัฐ แต่พอเข้าช่วงกลางคืนราคากลับดีดบวกเพิ่มขึ้นอีก 14 ดอลลาร์สหรัฐ
การประชุม กบน. จึงต้องขยับมาเป็นเวลา 20.00 น. เพื่อรอข้อมูลจาก “ตลาดสิงคโปร์” ซึ่งเป็นราคากลางอ้างอิงในภูมิภาค เมื่อได้ตัวเลขมาแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องนำมาคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท และจัดทำโครงสร้างราคารวมถึงอัตราการชดเชยจากกองทุนฯ ทำให้สามารถประกาศให้ประชาชนรับทราบได้ในเวลาประมาณ 21.00 น. เป็นต้นไป
กองทุนน้ำมันฯ อ่วม! ติดลบพุ่ง 4.2 หมื่นล้านบาท
ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ยอมรับว่าสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างหนัก โดยมีเงินไหลออกเพื่อชดเชยราคาน้ำมันให้ประชาชนเฉลี่ยวันละ 1,500 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดติดลบรวมพุ่งสูงถึง 42,000 ล้านบาท การปรับขึ้นราคาดีเซล 1.80 บาทเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพียงการช่วยแบ่งเบาภาระครึ่งหนึ่งเพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบกระชากตัวแรงจนเกินไป
วิธีเช็กราคาน้ำมัน และเตรียมตัวรับมือความผันผวน
ในยุคที่น้ำมันโลกผันผวนรายชั่วโมง ประชาชนควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำมันดังนี้
- ติดตามราคาสิงคโปร์: ราคาน้ำมันดิบสิงคโปร์มักจะส่งผลต่อราคาขายปลีกในไทยในวันถัดไป หากราคาพุ่งสูงในช่วงค่ำ ให้เตรียมตัวเติมน้ำมันก่อนเช้าวันใหม่
- ใช้แอปพลิเคชันปั๊มน้ำมัน: ปัจจุบันค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่จะมีระบบแจ้งเตือนราคาล่วงหน้าในช่วงเย็น ช่วยให้คุณวางแผนการเติมน้ำมันได้ทันท่วงที
- ประหยัดพลังงานในภาวะวิกฤต: หากราคาโลกยังไม่นิ่ง การบริหารจัดการเส้นทางและการขับขี่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในระยะยาว
แนะนำวิธีขับขี่ประหยัดน้ำมัน
- เช็กลมยาง: ลมยางอ่อนทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น 3-5%
- ความเร็วคงที่: รักษาความเร็ว 80-90 กม./ชม. ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 20%
- สัมภาระไม่จำเป็น: การบรรทุกของหนักทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น
- การวางแผนเส้นทาง: ใช้ Google Maps เช็กสภาพจราจรเพื่อเลี่ยงรถติด (เพราะการจอดแช่คือการเผาน้ำมันทิ้งเปล่าๆ)
- การเร่งและเบรก: การ “ออกตัวล้อฟรี” หรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการขับแบบนุ่มนวล
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : มาตรการรับมือ วิกฤตน้ำมัน เมื่อช่องแคบบาบเอลเมนเดบจ่อปิด



