“อนุทิน” กางกรอบงบปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท คุมรายจ่ายประจำ หาแหล่งเงินอื่นตามกฎหมาย เพื่อลดภาระงบประมาณ เผยวาง 5 นโยบาย รับมือ 4 วิกฤต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้กำหนดกรอบวงเงินไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2% โดยยังคงเป็นงบประมาณแบบขาดดุล
รัฐบาลมีเป้าหมายลดการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้การขาดดุลไม่เกิน 3% ของ GDP ภายในปี 2572 พร้อมควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)
“โครงสร้างงบประมาณปัจจุบันมีสัดส่วนรายจ่ายประจำอยู่ในระดับ 70–80% ของงบประมาณรวม จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานพิจารณาปรับลดรายจ่ายประจำ โดยให้ตั้งคำของบเฉพาะที่จำเป็น และไม่เพิ่มเกิน 20% จากปีก่อน“

นายอนุทินกล่าวว่าให้เน้นการจัดสรรงบไปยังรายจ่ายลงทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว โดยให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาแหล่งเงินอื่นตามกฎหมาย เช่น การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเงินนอกงบประมาณ รวมถึงเงินสะสมของหน่วยงาน โดยต้องดำเนินการภายใต้หลักความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้จ่าย”
นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้องรองรับ 4 ภัยวิกฤต ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ โดยในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัว” ผ่านการลดภาระหนี้ครัวเรือน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ “เมืองน่าเที่ยว” รวมถึงให้ส่วนราชการพิจารณาจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
ด้านความมั่นคง รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลอธิปไตยของประเทศ
ด้านสังคม รัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด บ่อนการพนัน และธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติอย่างจริงจัง
สำหรับภัยธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลจะปรับแนวทางการจัดทำงบประมาณ โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงกฎหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็วขึ้น
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากภาวะวิกฤตและก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง รัฐบาลได้กำหนดกรอบการทำงานผ่าน “นโยบาย 10 พลัส” ซึ่งแบ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

- ด้านเศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตแข่งขันได้ ส่งเสริมการค้า การเกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เสริมสร้างบทบาทเชิงรุกในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์ เร่งผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571 เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับการดูแลความมั่นคงชายแดน
- ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการศึกษา สุขภาพ สถาบันครอบครัว และสร้างชุมชนเข้มแข็ง ผ่านนโยบาย “สูงวัยพลัส” และ “การศึกษาเท่าเทียมพลัส”
- ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม วางระบบบริหารจัดการน้ำและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 ผ่านนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียวพลัส”
- ด้านการบริหารภาครัฐ มุ่งปฏิรูปกฎหมายให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็น “ราชการทันใจ” และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ผ่านนโยบาย “AI พลัส” และ “ไทยแลนด์ พลัส”



