รองนายกฯ เอกนิติ เผยความสำเร็จ WEF ดาวอส ดันไทยกลับสู่เวทีโลก ในฐานะศูนย์กลางการลงทุนแห่งอนาคต ชูจุดแข็งความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ดึงยักษ์ใหญ่ 30 บริษัทปักหมุดลงทุนดิจิทัล-AI
ไทยสง่ากลางเวทีเศรษฐกิจโลก! นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สรุปผลสำเร็จจากการนำทีมไทยแลนด์เข้าร่วมประชุม World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ชี้ชัดว่าผลลัพธ์ที่ WEF ดาวอส ดันไทยกลับสู่เวทีโลก อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท และการส่งสัญญาณว่าไทยคือ “Safe Haven” ที่น่าเชื่อถือที่สุดในยุคโลกแบ่งขั้ว
ไทยในฐานะ “จุดยุทธศาสตร์” ที่โลกต้องจับตา
ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยใช้ความได้เปรียบด้าน “ความเป็นกลาง” ดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการบริหารความเสี่ยง สะท้อนจากตัวเลขคำขอลงทุนปีที่ผ่านมาที่สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท (โตขึ้น 60%) โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง รถยนต์ไฟฟ้า (EV), Smart Electronics และการแปรรูปอาหาร
- อันดับ 1 ในอาเซียน: สหประชาชาติจัดอันดับให้ไทยเป็นเบอร์ 1 ของภูมิภาค และอันดับ 6 ของโลกในการดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center
- ศักยภาพเหนือชั้น: เราแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่างอินเดีย อิตาลี และมาเลเซีย ในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
สานสัมพันธ์องค์กรระดับโลก เตรียมเป็นเจ้าภาพ IMF & World Bank
อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการสร้างเครือข่ายกับผู้นำระดับสูง ทั้งจาก World Bank, IMF และ OECD โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ไทยพร้อมเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ระดับโลกอย่าง IMF และ World Bank ซึ่งถือเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในรอบ 35 ปี
30 บริษัทยักษ์ใหญ่คอนเฟิร์มลงทุน 5 แสนล้านบาท
จากการเจรจาร่วมกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำ 30 ราย ทุกรายยืนยันความเชื่อมั่นและพร้อมขยายการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในด้าน AI และดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้ต่อยอดด้วยโครงการ “Skill Bridge” เพื่อขอความร่วมมือให้บริษัทเหล่านี้ช่วยอัปสกิลวิศวกรและแรงงานไทยให้มีทักษะสูงขึ้น เพื่อรายได้ที่มั่นคงในยุคเศรษฐกิจสีเขียว
“นักลงทุนทั่วโลกมองเห็นเสน่ห์ของไทย ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
ไทยกับปรากฏการณ์ Data Center อันดับ 1 อาเซียน
จากรายงานล่าสุดของสหประชาชาติ (UN) ประเทศไทยสร้างชื่อเสียงบนเวทีโลกด้วยการขยับขึ้นเป็น อันดับ 1 ในอาเซียน และ อันดับ 6 ของโลก ในฐานะประเทศที่ดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center ได้มากที่สุด โดยมีรายละเอียด ตารางอันดับโลก (Top 10) ดังนี้
- ฝรั่งเศส
- สหรัฐอเมริกา
- เกาหลีใต้
- บราซิล
- สเปน
- ไทย (อันดับ 1 ในอาเซียน)
- อินเดีย
- อิตาลี
- มาเลเซีย
- นอร์เวย์
ทำไมไทยถึงเป็น “เป้าหมายเบอร์ 1” ของอาเซียน?
- Strategic Location: ไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียน เป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสารที่สำคัญ
- Geopolitical Neutrality: ความเป็นกลางของไทยช่วยลดความเสี่ยงให้นักลงทุนท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้ว
- Cloud First Policy: นโยบายรัฐที่สนับสนุนการใช้คลาวด์อย่างจริงจัง ดึงดูด Hyperscaler ระดับโลก
- โครงสร้างพื้นฐาน: มีความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่เอื้อต่อธุรกิจเทคโนโลยี
ข่าวชื่นใจอื่นๆ จาก WEF ดาวอส : มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 โชว์โมเดลปลูกป่าสร้างคน



