ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำการพัฒนาที่ยั่งยืนจากเอเชีย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 เคียงข้างผู้นำโลกและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Nature Positive
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีระดับโลกหลัง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 (Nature Lunch at Davos 2026: Where Nature Meets Leadership) ซึ่งจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) โดยงานนี้เป็นการรวมตัวของผู้นำทางความคิด นักลงทุน และบริษัทข้ามชาติกว่า 120 แห่ง เพื่อผลักดันให้ “ธรรมชาติ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและนโยบายเศรษฐกิจโลกในปี 2569

โมเดลจากพื้นที่จริง สู่ความยั่งยืนระดับสากล
ในระหว่างการประชุม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ได้ถ่ายทอดบทเรียนล้ำค่าจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ดำเนินงานมากว่า 40 ปี ภายใต้แนวคิด “Nature-based Development” หรือการพัฒนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน ซึ่งไม่ได้หยุดแค่การฟื้นฟูระบบนิเวศ แต่ยังรวมถึงการสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 1.6 แสนคนใน 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย ผ่านโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน
แนวทางของมูลนิธิฯ ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญระดับสูง โดยเฉพาะ พรินเซส ดร. ออกุสเต แห่งบาวาเรีย นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ที่มองว่าโมเดลของไทยเป็นกรณีศึกษาที่สามารถพิสูจน์ได้จริงว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
ธรรมชาติ: ทุนใหม่ของเศรษฐกิจโลก
ภายในเวทีเสวนา “The Nature Imperative” ยังมีการเน้นย้ำสถิติสำคัญว่าจีดีพีโลกกว่า 55% พึ่งพาธรรมชาติโดยตรง หากภาคธุรกิจปรับตัวสู่ “Nature Positive Solutions” จะสามารถสร้างงานได้สูงถึง 395 ล้านตำแหน่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาลภายในปี 2030 การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่ามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คือตัวแทนจากภูมิภาคเอเชียที่นำองค์ความรู้จากการลงมือทำจริงไปเชื่อมต่อกับนโยบายการเงินและการนวัตกรรมระดับโลก
การที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Davos ในปีนี้ 2026 ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นว่า ธรรมชาติไม่ใช่เพียงต้นทุนที่มองไม่เห็นอีกต่อไป แต่คือ “ทุนหลัก” ที่จะรับประกันความมั่นคงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
อื่นๆ จากแม่ฟ้าหลวงที่น่าสนใจ : “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” มีไว้ทำไม?



