เปิดเบื้องหลังการรวมตัว ม็อบรถบรรทุก แหลมฉบัง และ 5 ข้อเสนอ ผ่าทางตันวิกฤตน้ำมันแพง จัดสรรโควตาไม่เป็นธรรม
แม้ภาพการรวมตัวของ ม็อบรถบรรทุก แหลมฉบัง ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Truck Power” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 จะผ่านพ้นช่วงเริ่มต้นไปแล้ว แต่แรงสั่นสะเทือนจากข้อเรียกร้องของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยังคงเข้มข้น และกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต้องจับตา เมื่อภาคขนส่งซึ่งเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจไทย ออกมาแฉความจริงเบื้องหลังวิกฤตน้ำมันขาดแคลนที่รัฐบาลอ้างว่ามาจากปัญหาการเดินรถ แต่แท้จริงแล้ว อาจเป็นเกมการเมือง และผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงาน
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ระบุชัดเจนว่า การออกมารวมพลของรถบรรทุก ที่แหลมฉบัง ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเรียกร้องราคาน้ำมันชั่วคราว แต่เป็นการตีแผ่ ความผิดปกติในการบริหารจัดการน้ำมันดีเซล ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน) แต่รัฐกลับปล่อยให้เกิดการกักตุนและจัดสรรโควตาที่ไม่เป็นธรรม จนปั๊มรายย่อยกว่า 20,000 แห่งต้องแบกรับภาระ
5 ข้อเสนอเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไทย
จากการเคลื่อนไหวของเครือข่าย 13 สมาคมขนส่ง ข้อเสนอที่ถูกส่งสารถึงรัฐบาลมีหัวใจสำคัญที่น่าสนใจดังนี้
- มาตรการระยะสั้น: ตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ $25-28$ บาทต่อลิตร อย่างน้อย 30 วัน เพื่อหยุดยั้งภาวะเงินเฟ้อจากค่าขนส่ง
- การปฏิรูปราคาหน้าโรงกลั่น: ยกเลิกการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ และเปลี่ยนมาใช้ราคาที่เป็นธรรมตามต้นทุนจริง ในประเทศ
- ระบบ Single Price: สร้างกลไกน้ำมันราคาเดียวทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของคนต่างจังหวัด
- แก้คอขวดโลจิสติกส์: จัดระเบียบการเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังให้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อเที่ยว และนำ AI มาใช้จัดการข้อมูล
- การตรวจสอบกลุ่มทุน: เรียกร้องให้ตรวจสอบการปล่อยน้ำมันจากคลังที่ล่าช้า ซึ่งส่อแววสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนตื่นตระหนก
ทำไม แหลมฉบัง ถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของม็อบรถบรรทุก
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการประท้วงของภาคขนส่งมักมาจบที่แหลมฉบัง นั่นเพราะท่าเรือแหลมฉบัง คือประตูการค้าหลักของไทย โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้
- ปริมาณรถบรรทุก: มีรถหมุนเวียนเข้า-ออกเฉลี่ยกว่าวันละหลายหมื่นคัน
- ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ: หากการขนส่งที่แหลมฉบังหยุดชะงักเพียง 1-2 วัน จะส่งผลกระทบต่อโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งสินค้าเกษตรส่งออก และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทันที
- การจราจร: ปัญหาคอขวดที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็น “Pain Point” เรื้อรังที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันจากการจอดรอ ซึ่งสะท้อนว่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องราคาน้ำมัน แต่รวมถึงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้วย
บทสรุปของม็อบรถบรรทุก ที่แหลมฉบัง ในรอบนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนขับรถบรรทุก แต่เป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลในปี 2569 ว่าจะกล้าหาญพอ ที่จะรื้อโครงสร้างพลังงานเพื่อ “เส้นเลือดใหญ่” ของประเทศ หรือจะปล่อยให้ฟันเฟืองเศรษฐกิจเหล่านี้ต้องหยุดชะงักลง
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ค่าโดยสารเรือคลองแสนแสบ กรมเจ้าท่ายืนยันตรึงราคาเดิม



