เปิดมาตรการตรึงราคา รถ-เรือ-ราง-เครื่องบิน ย้ำชัด คุมค่าโดยสาร ไม่ให้เกินกฎหมายกำหนด เพื่อลดภาระประชาชน
กระทรวงคมนาคม ยกระดับมาตรการเชิงรุก สั่งตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อ คุมค่าโดยสาร สาธารณะทุกประเภทอย่างเข้มงวด หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่อแววส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก โดยกำชับหน่วยงานในสังกัดเร่งตรวจสอบ และกวดขันผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ ห้ามปรับขึ้นราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการซ้ำเติมค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤต
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จากความไม่สงบในต่างประเทศ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานหลัก 4 ด้าน ทั้งบก ราง น้ำ และอากาศ ร่วมกันปฏิบัติการคุมค่าโดยสาร อย่างใกล้ชิด โดยมีรายละเอียดดังนี้
- การขนส่งทางบก: กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะเข้มงวดกับรถโดยสารประจำทาง และรถสาธารณะทุกประเภท ให้จัดเก็บค่าบริการตามมิเตอร์ หรืออัตราที่กำหนดเท่านั้น
- การขนส่งทางราง: กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ประเมินต้นทุนพลังงานของรถไฟดีเซล และรถไฟฟ้า เพื่อบริหารความเสี่ยงไม่ให้กระทบต่อราคาตั๋วโดยสาร
- การขนส่งทางน้ำ: กรมเจ้าท่า (จท.) ติดตามค่าระวางเรือ และค่าเรือโดยสารไม่ให้เกินเพดานที่กฎหมายอนุญาต
- การขนส่งทางอากาศ: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำกับดูแลสายการบินให้คงราคาตั๋วเครื่องบินในระดับที่เป็นธรรม แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะผันผวน
การคุมค่าโดยสาร ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกมีความไม่แน่นอน ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากต้นทุนการเดินทาง เป็นปัจจัยพื้นฐานที่กระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ หากรัฐบาลสามารถตรึงราคาค่าขนส่งไว้ได้ จะช่วยชะลอการเกิดภาวะเงินเฟ้อในวงกว้างได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ในกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อ เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนยังคงให้บริการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก

ทำไมต้องมีการคุมค่าโดยสาร เมื่อเกิดวิกฤตพลังงาน
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ถึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อตั๋วรถเมล์ หรือตั๋วเครื่องบินในไทย นั่นเป็นเพราะ ต้นทุนหลักของระบบขนส่งสาธารณะคือ น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30-50% ของต้นทุนทั้งหมด
การที่รัฐบาลเข้ามาดูแลค่าโดยสาร จึงเป็นการใช้กลไกควบคุมราคา (Price Control) เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปที่ผู้บริโภคทันที ช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมไม่ชะงักตัว จากการที่ประชาชนลดการเดินทาง หรือการขนส่งสินค้า
สำหรบประชาชน วิธีรับมือ และสิทธิในการเดินทาง ช่วงวิกฤตราคาพลังงาน
เมื่อภาครัฐประกาศนโยบายควบคุมค่าโดยสาร ผู้เดินทางควรหมั่นรักษาสิทธิของตนเองด้วยวิธีดังนี้
- ตรวจสอบอัตราค่าโดยสารมาตรฐาน: ก่อนเดินทางควรเช็กราคาเบื้องต้นจากเว็บไซต์ของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ขสมก. หรือ การรถไฟฯ
- สังเกตป้ายแสดงราคา: รถสาธารณะทุกประเภทต้องมีป้ายแสดงราคาชัดเจน หากไม่มี หรือราคาไม่ตรงตามป้าย ถือว่ามีความผิด
- เก็บหลักฐานการชำระเงิน: ไม่ว่าจะเป็นตั๋วโดยสาร หรือสลิปการโอนเงิน หากพบว่าถูกโกงราคา สามารถใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนได้
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รับมือวิกฤตพลังงาน 2569 กกพ. เร่งสต็อกก๊าซ LNG เพิ่ม



