กางแผน น้ำมันสำรอง สงกรานต์ 2569 กรมธุรกิจพลังงานอัดฉีด 7 ล้านลิตร

กดแชร์

เจาะลึกมาตรการ น้ำมันสำรอง สงกรานต์ 2569 มั่นใจดีเซล B7 เพียงพอ พร้อมเตรียมเปิด Dashboard เช็คสถานะขนส่งแบบ Real-time

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันความพร้อมมาตรการ น้ำมันสำรอง สงกรานต์ 2569 เพื่อรองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน โดยมีการกระจายน้ำมันสู่กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) แล้วกว่า 7 ล้านลิตร พร้อมสั่งการผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 เตรียมสำรองน้ำมันเพิ่ม และจัดตั้งคลังน้ำมันเคลื่อนที่ในจุดยุทธศาสตร์ ควบคู่ไปกับการบูรณาการร่วมกับ DSI บุกทลายคลังกักเก็บน้ำมันผิดกฎหมายในจังหวัดสระบุรี เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานีบริการทั่วประเทศจะมีน้ำมันเพียงพอตลอดช่วงเทศกาล

อัดฉีดน้ำมันเข้าระบบ ลดสัดส่วนสำรองชั่วคราว

จากมติที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กรมธุรกิจพลังงานได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้วยการลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายบางส่วน เพื่อดึงปริมาณน้ำมันออกมาหมุนเวียนในระบบขนส่งให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) สูงถึง 90.7 ล้านลิตร และมีปริมาณคงคลังสะสมอีกกว่า 43 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายน

DSI ลุยสกัด คลังเถื่อน ตัดวงจรกักตุนฉวยโอกาส

นอกจากการบริหารจัดการด้าน Supply แล้ว กรมธุรกิจพลังงานยังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดพบการกระทำผิดในพื้นที่ ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ตรวจยึดน้ำมันผิดกฎหมายได้กว่า 31,000 ลิตร ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรการสร้างวิกฤตขาดแคลนเทียมในช่วงที่ประชาชนต้องการใช้พลังงานสูงสุด

นวัตกรรม Dashboard ติดตามน้ำมันถึงมือประชาชน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนา “ระบบแดชบอร์ด (Dashboard)” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหอบังคับการดิจิทัล ติดตามการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงหัวจ่ายในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานภาพน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาความแม่นยำก่อนเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ

เทคนิคขับรถทางไกลให้ประหยัดน้ำมันช่วงสงกรานต์

ท่ามกลางสภาวะราคาน้ำมันที่ยังมีความผันผวน ผู้ขับขี่สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. เช็คลมยางก่อนออกเดินทาง: ลมยางที่อ่อนเกินไปทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 3-5%
  2. ความเร็วคงที่: การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 80-90 กม./ชม. ช่วยให้การเผาผลาญเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพสูงสุด
  3. ลดน้ำหนักสัมภาระ: สิ่งของที่ไม่จำเป็นในรถควรนำออก เพราะทุกๆ 10 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้น จะทำให้น้ำมันหมดไวขึ้น
  4. วางแผนเส้นทาง: ใช้แอปพลิเคชันนำทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดขัดสาหัส
  5. ไม่เบรกบ่อยเกินความจำเป็น: การทิ้งระยะห่างจากคันหน้าพอสมควรจะช่วยลดการเหยียบเบรกและเร่งเครื่องบ่อยๆ ซึ่งเป็นตัวการกินน้ำมัน

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ธพ. ลงดาบผู้ค้าน้ำมัน ไม่ส่งสต็อกรายวัน เปิดวิธี ร้องเรียนปั๊มน้ำมัน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles