วิเคราะห์สาเหตุ หุ้นไทยร่วงหนัก 35 จุด และผลกระทบลูกโซ่ จากวิกฤตพลังงานโลก
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงส่งผลให้ หุ้นไทยร่วงหนัก กว่า 35.65 จุด ลงไปปิดที่ระดับ 1,397.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 6 หมื่นล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่พุ่งสูงขึ้น หลังอิหร่านประกาศขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร เพื่อตอบโต้คำขู่จากสหรัฐฯ สร้างความกังวลว่า โลกอาจเผชิญภาวะ Supply Shock ในตลาดน้ำมันดิบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต และเงินเฟ้อในประเทศไทย
ชนวนเหตุจากตะวันออกกลาง เมื่อเส้นเลือดใหญ่การค้าถูกปิด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม จาก บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดตอบรับในเชิงลบต่อมาตรการของอิหร่านที่เรียกเก็บค่าผ่านช่องแคบสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำ แม้ปัจจุบันจะยังไม่ได้ปิดการเดินเรือทั้งหมด แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนี้ จะถูกผลักภาระมายังราคาน้ำมัน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ “กลุ่มการท่องเที่ยวและขนส่ง” เนื่องจากช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงเมษายน เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของไทย หากราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง หรือเกิดภาวะขาดแคลน จะทำให้ค่าเดินทางเพิ่มขึ้น และบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชน
มาตรการแก้เกมจากรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งด่วน ให้ยกเลิกการสำรองน้ำมันดีเซลบางส่วน เพื่อเร่งระบายสต็อกน้ำมันเข้าสู่ตลาดทันที เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอต่อการเดินทางช่วงสงกรานต์ แม้ปัจจัยภายนอกประเทศจะยังคงกดดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องก็ตาม
สำหรับนักลงทุนรายย่อย ในสภาวะที่ หุ้นร่วงหนัก จากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) สิ่งที่ควรทำคือ
- ถือเงินสดเพิ่มขึ้น: เพื่อรอจังหวะที่สถานการณ์คลี่คลาย
- เลี่ยงหุ้นกลุ่มค่าน้ำมันสูง: เช่น สายการบิน หรือโลจิสติกส์ชั่วคราว
- มองหา Safe Haven: เช่น ทองคำ หรือหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ผันผวนต่ำตามดัชนี
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : กลยุทธ์ แผนลงทุน กบข. ช่วงสงคราม



