เจาะเงินกู้ 4 แสนล้าน จัดสรรงบลงโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านสิทธิ ยันทยอยกู้เพื่อลดดอกเบี้ย
กระทรวงการคลัง เผยแผนการคลัง เตรียมส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชนผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านสิทธิ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ความคืบหน้าการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเริ่มกระบวนการในรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ พร้อมยืนยันใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการเงินกู้แบบ “ทยอยกู้” เพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนดอกเบี้ย และเตรียมเปิดระบบให้ลงทะเบียน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
งบ 4 แสนล้าน ทยอยกู้ ไม่กองก้อนเดียว
นายเอกนิติ แจงรายละเอียดเชิงเทคนิค ที่เป็นประโยชน์ต่อวินัยการเงินการคลังว่า รัฐบาลจะไม่กู้เงินก้อนเดียวมากองไว้ให้เสียดอกเบี้ยโดยเปล่าประโยชน์ แต่จะใช้การ “ทยอยกู้” ตามความจำเป็นของแต่ละโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองแล้ว ซึ่งจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน คอยกำกับดูแลความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทุกขั้นตอน

ไทยช่วยไทยพลัส เงินมาจากไหน
สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาเติมในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส นั้น จะมาจาก 3 ส่วนสำคัญ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพสูงสุด ได้แก่:
- เงินกู้จาก พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท บางส่วน
- งบประมาณจากการโอนงบ ตาม พ.ร.บ. โอนงบประมาณ
- งบประมาณปกติที่ได้รับจัดสรร
การบริหารจัดการจากหลายแหล่งเงินนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า จะมีงบประมาณเพียงพอต่อการรองรับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้ที่เคยได้รับสิทธิเดิม และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ไทม์ไลน์ลงทะเบียน ปลาย พ.ค. นี้รู้กัน
รัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนกลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ไปพร้อมๆ กับโครงการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคาดการณ์เบื้องต้นไว้ที่ 30 ล้านสิทธิ ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมที่เคยทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนวงกว้าง ส่วนเกณฑ์อายุ 18 ปีขึ้นไปนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดสุดท้ายอีกครั้ง
การบริหารหนี้สาธารณะ และการทยอยกู้
ในการจัดการงบประมาณระดับประเทศ การออก พ.ร.ก. กู้เงิน มักมาพร้อมกับข้อกังวลเรื่องหนี้สินของประเทศ แต่กลยุทธ์ “ทยอยกู้” (Phased Borrowing) ที่กระทรวงการคลังนำมาใช้นี้ มีข้อดีที่ประชาชนควรรู้
- ลดภาระดอกเบี้ย: การกู้เงินเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละช่วงเวลา ช่วยให้รัฐไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายจริง
- รักษาสภาพคล่องในตลาด: ไม่ทำให้เงินในระบบธนาคารตึงตัวจนเกินไป จากการระดมทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว
- ความยืดหยุ่น: สามารถปรับวงเงินกู้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รัฐบาลเตรียม เสนอสภา พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ



