14 พ.ค. นี้ รัฐบาล เสนอสภา พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ชูแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมระบบตรวจสอบโปร่งใส
รัฐบาลเคาะมติ ครม. ครั้งสำคัญ เตรียม เสนอสภา พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ หวังใช้อำนาจกระทรวงการคลังระดมทุนกู้เงินภายในประเทศ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเน้นมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME พร้อมวางกลไกการติดตามประเมินผลอย่างเข้มงวด เพื่อความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
เจาะมติ ครม. 5 ข้อหลัก เตรียมพร้อมยื่นสภาฯ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยรายละเอียดภายหลังการประชุม ครม. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แถลงทิศทางสำคัญ ในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ครั้งนี้ ซึ่งมีมติเห็นชอบในหลักการ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่:
- อนุมัติร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้วิกฤต และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
- วางระเบียบการดำเนินงาน เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังในการดำเนินแผนงาน ภายใต้กฎหมายกู้เงิน
- ระบบติดตามผล กำหนดระเบียบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
- การบริหารงบประมาณระยะยาว มอบสำนักงบประมาณ ตั้งงบชำระคืนดอกเบี้ย และค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
- กลไกตรวจสอบหนี้: มอบหมาย ก.พ.ร. และ สบน. กำกับดูแลความเสี่ยงหนี้สาธารณะ และตรวจสอบความโปร่งใส

เป้าหมายชัด อุ้มคนจน พยุง SME สกัด Stagflation
วัตถุประสงค์หลักของการกู้เงินครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือการบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้น และการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม “เปราะบาง” ได้แก่ ประชาชนรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานพุ่งสูง
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า นี่คือ “เครื่องมือพิเศษ” ที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อหยุดยั้งความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation (สแต็กฟเลชัน) หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจหยุดชะงัก ซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ตามกรอบกฎหมาย
Stagflation
ภาวะ Stagflation เกิดจากคำว่า Stagnation (เศรษฐกิจชะงัก) รวมกับ Inflation (เงินเฟ้อ) หมายถึง ช่วงเวลาที่ข้าวของแพงขึ้น แต่รายได้ประชาชนไม่เพิ่มตาม ซึ่งมักมีต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยหลัก การที่รัฐบาลเตรียม เสนอ พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน จึงเป็นการเติมสภาพคล่องเข้าไปในระบบเพื่อ
- ตรึงราคาพลังงาน: ลดต้นทุนการผลิตให้กับภาคธุรกิจ และลดภาระในครัวเรือน
- กระตุ้นการเปลี่ยนผ่าน: ลงทุนในพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีราคาผันผวน
- สร้างความเชื่อมั่น: การกู้เงินภายในประเทศภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง จะช่วยรักษาเสถียรภาพ โดยไม่พึ่งพิงเงินทุนจากต่างชาติ ที่อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “เอกนิติ” ย้ำออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทย



