บอร์ดอนุมัติ รฟท. ซื้อรถใหม่ 23 คัน

กดแชร์

เผยแผน รฟท. ซื้อรถใหม่ ชุดเครื่องจักรกลหนัก จ่อส่งมอบปี 71 รองรับรถไฟทางคู่-สายใหม่ที่เตรียมเปิดให้บริการ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบอร์ด รฟท. ถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญที่ รฟท. ซื้อรถใหม่ โดยในที่ประชุมมีมติอนุมัติจัดหาชุดรถจักรบำรุงทางรวมทั้งสิ้น 23 คัน วงเงินรวม 2,850 ล้านบาท เพื่อนำมาทดแทนเครื่องจักรเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 40 ปี ซึ่งการขยับเขยื้อนครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลโครงข่ายทางรถไฟที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

สำหรับการตัดสินใจในครั้งนี้ รฟท. ได้ซื้อเครื่องจักรกลหนัก 4 ประเภทหลัก ได้แก่ รถลากจูงเอนกประสงค์ 10 คัน, รถอัดหินต่อเนื่องแบบ 32 ใบอัด 4 คัน (ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า), รถเกลี่ยและสั่นหิน 7 คัน และรถล้างหินรุ่นใหม่ 2 คัน โดยเครื่องจักรทั้งหมดจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการชำรุดของราง และรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถ โดยเฉพาะในเส้นทางรถไฟทางคู่ และทางสายใหม่ที่กำลังจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงปี 2570 เป็นต้นไป

รายชื่อบริษัทผู้ชนะประมูล

นการจัดหาเครื่องจักรบำรุงทางครั้งนี้ รฟท. ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างอย่างโปร่งใส โดยมีการแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัท ซึ่งสรุปรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดหาขบวนรถมีดังนี้

  1. กลุ่มรถอัดหิน และ รถล้างหิน: อนุมัติซื้องานจาก บริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งถือเป็นผู้เล่นหลักที่คว้าสัญญาไปได้หลายรายการ รวมวงเงินกว่า 1,449 ล้านบาท
  2. กลุ่มรถเกลี่ยหิน และ รถสั่นหิน: อนุมัติซื้องานจาก กิจการค้าร่วม ซีเอบี (Consortium CAB) ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างบริษัท บรอดแคส ดีพอท (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท ซี.เอ.อินโฟ มีเดีย จำกัด รวมวงเงินกว่า 802 ล้านบาท
  3. กลุ่มรถลากจูงเอนกประสงค์ (Utility Track Vehicle): อนุมัติซื้องานจาก บริษัท โรลลิงค์สต๊อก โซลูชั่น จำกัด วงเงิน 598 ล้านบาท
srt new maintenance trains

ทำไม รฟท. ต้องซื้อรถใหม่ ตอนนี้?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการจัดหาเครื่องจักรบำรุงทางถึงสำคัญเทียบเท่ากับการซื้อขบวนรถโดยสาร ข้อมูลจาก รฟท. ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบันหน่วยงานบำรุงทางทั่วประเทศ ตั้งแต่แก่งคอย นครราชสีมา ไปจนถึงชุมทางหาดใหญ่ กำลังประสบปัญหาเครื่องจักรชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก การที่ตัดสินใจซื้อรถใหม่ จะช่วยส่งผลดีต่อระบบรางไทยดังนี้

  • ความรวดเร็วในการทำงาน: รถอัดหิน และรถล้างหินรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า ลดระยะเวลาการปิดทางเพื่อซ่อมบำรุง
  • ความปลอดภัยสูงสุด: หินโรยทางที่มีเสถียรภาพ จะช่วยรองรับน้ำหนักกดเพลาของขบวนรถไฟรุ่นใหม่ๆ ได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงรถไฟตกราง
  • ประหยัดงบระยะยาว: ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรเก่า ที่มีอายุการใช้งาน 20-40 ปี ซึ่งมีค่าอะไหล่สูงและหาได้ยากในปัจจุบัน

อัปเดตความคืบหน้า รถโดยสารใหม่

นอกจากการ ซื้อรถในกลุ่มเครื่องจักรใหม่แล้ว นายอนันต์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการจัดหารถโดยสารใหม่สำหรับให้บริการประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เพื่อกำหนดสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ชุดใหม่ เพื่อพิจารณาอนุมัติจัดหาในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของรถจักรบำรุงทาง 23 คัน คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ภายในเดือนมีนาคม 2569 และจะใช้ระยะเวลาในการจัดสร้าง และส่งมอบประมาณ 2 ปี โดยคาดว่าขบวนรถทั้งหมดจะเริ่มปฏิบัติงานได้ไม่เกินปี 2571

ข่าวการรถไฟอื่นๆ : รฟท. จ่อชง ครม. ใหม่เคาะ รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles