“พิพัฒน์” สั่ง รฟท. หารายได้ จากสมบัติเจ้าคุณปู่

กดแชร์

เร่งส่งมอบที่ดิน 10 แปลงให้ SRT แอสเสท พร้อมลุยประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ปี 69 เสริมกลยุทธ์ รฟท. หารายได้ ยั่งยืน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยกเครื่องปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ โดยสั่งการให้ รฟท. หารายได้ จากสินทรัพย์ที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 4% ของมูลค่าทรัพย์สิน หวังสร้างกระแสเงินสด ล้างหนี้สะสมกว่า 3 แสนล้านบาท พร้อมเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ศักยภาพสูง ให้บริษัทลูกอย่าง SRT แอสเสท บริหารจัดการเชิงพาณิชย์ และเดินหน้าประมูลรถไฟทางคู่เฟส 2 เชื่อมต่อโลจิสติกส์ไทย

พลิกที่ดิน “เจ้าคุณปู่” สู่ขุมทรัพย์แสนล้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นองค์กรที่มีต้นทุนทางสินทรัพย์สูงมาก หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จะสามารถเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนให้กลายเป็นองค์กรที่มีกำไรได้ ล่าสุดได้รับรายงานการส่งมอบพื้นที่ที่ดินศักยภาพให้บริษัท SRT แอสเสท จำกัด (บริษัทลูกของ รฟท.) ไปแล้ว 10 แปลง มูลค่าเบื้องต้นแปลงละ 500 ล้านบาท รวมกว่า 5,000 ล้านบาท

โดยเป้าหมายหลัก คือการบริหารพื้นที่ “ย่านสถานีแม่น้ำ-บางซื่อ-มักกะสัน” ซึ่งเป็นทำเลทองที่มีมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท หากสามารถดันสัดส่วนรายได้ให้แตะ 4% ได้ตามเป้า จะช่วยให้ รฟท. ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคต อย่างไรก็ตาม สำหรับหนี้สิน ที่จะครบกำหนดชำระในปี 2570 จำนวน 20,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลจะยังคงเข้ามาช่วยดูแลรับผิดชอบให้ก่อน ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้

เร่งประมูลรถไฟทางคู่เฟส 2

นอกเหนือจากการจัดการที่ดิน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือการขยายโครงข่ายเพื่อสนับสนุนการเดินทาง และขนส่งสินค้า โดย รฟท. เตรียมเสนอ ครม. เพื่อเปิดประมูลรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:

ระยะแรก (คาดเปิดประมูลปี 2569) เน้นเส้นทางสายใต้ 3 สาย:

  1. ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี: 168 กม. (30,422 ล้านบาท)
  2. ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา: 321 กม. (66,270 ล้านบาท)
  3. ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์: 45 กม. (7,772 ล้านบาท)

ระยะที่สอง (คาดเปิดประมูลปี 2570) อีก 3 เส้นทาง:

  • ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย (81,143 ล้านบาท)
  • ช่วงจิระ-อุบลราชธานี (44,095 ล้านบาท)
  • ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ (68,222 ล้านบาท)

ความสำคัญของการพัฒนาที่ดินรถไฟต่อเศรษฐกิจไทย

การนำที่ดินรถไฟมาพัฒนาไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการล้างหนี้ แต่เป็นการสร้าง Transit-Oriented Development (TOD) หรือการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ออฟฟิศ หรือที่พักอาศัย จะทำให้โครงข่ายรถไฟไทยกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : นโยบาย กรมขนส่งทางราง 2569 ดันรถไฟฟ้าเหมาจ่าย เปิดเสรีเช่าราง


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles