รักษาการผู้ว่าฯ รถไฟ จับมือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน วางกรอบจัดซื้อ รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า มูลค่า 2.4 พันล้านบาท คาดออก TOR เมษายนนี้
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ล่าสุด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงด้านคุณธรรม (Integrity Pact) ในโครงการจัดซื้อ รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน เพื่อรองรับการเติบโตของภาคโลจิสติกส์ทางราง โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และกรมบัญชีกลาง ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อยืนยันความโปร่งใส ในทุกขั้นตอนของงบประมาณลงทุนกว่า 2,459 ล้านบาท
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟฯ รักษาการแทนผู้ว่าการฯ เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้รับอนุมัติจาก ครม. ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การนำรถโบกี้บรรทุกสินค้าล็อตใหม่นี้ มาทดแทนรถแคร่เดิมที่เสื่อมสภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้า ให้สอดคล้องกับการเปิดใช้รถไฟทางคู่ระยะที่ 1 และ 2 รวม ถึงเส้นทางสายใหม่ในอนาคต

ไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องจับตา
- เมษายน 2569: เริ่มกระบวนการร่าง และประชาพิจารณ์เอกสารประกวดราคา (TOR)
- มิถุนายน 2569: ประกาศเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ
- กันยายน 2569: สรุปผลการประมูล และลงนามในสัญญาจ้าง
การดึงภาคประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาสังเกตการณ์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำนี้ เป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 เพื่อให้มั่นใจว่า การใช้งบประมาณแผ่นดินในครั้งนี้ จะเกิดความคุ้มค่า และปราศจากการทุจริตอย่างแท้จริง
5 ข้อดีของรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า ทำไมผู้ประกอบการยุคใหม่ ถึงหันมาใช้ทางราง
ในยุคที่ต้นทุนพลังงานผันผวน และการแข่งขันด้านโลจิสติกส์สูงขึ้น รถโบกี้บรรทุกสินค้า (Bogie Flat Car – BFC) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าทำไมการขนส่งด้วยรถโบกี้ทางรางถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
1. ลดต้นทุนค่าขนส่งในระยะไกล (Cost Efficiency)
การใช้รถโบกี้ สามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากๆ ในขบวนเดียว เมื่อเทียบกับการใช้รถบรรทุกหลายสิบคัน การขนส่งทางรางจะมีต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการส่งสินค้า จากท่าเรือไปยังศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ
2. ความปลอดภัยสูงและสินค้าไม่เสียหาย
การวิ่งบนรางช่วยลดแรงสั่นสะเทือน และความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนรถโบกี้ ถูกออกแบบมา ให้ล็อคตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างแน่นหนาตามมาตรฐานสากล ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าสินค้าจะถึงปลายทางในสภาพสมบูรณ์ 100%
3. ตรงต่อเวลา ควบคุมแผนงานได้แม่นยำ
ลบภาพจำเรื่องความล่าช้า เพราะปัจจุบันระบบรถไฟทางคู่ช่วยให้การเดินรถทำได้รวดเร็วขึ้น การขนส่งด้วยรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า มีตารางเวลาที่ชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจรติดขัด หรือสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อถนนเส้นหลัก
4. รองรับน้ำหนักได้มหาศาล (High Capacity)
รถโบกี้หนึ่งคันถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักได้มาก เหมาะสำหรับสินค้าหนัก เช่น เหล็ก พืชไร่ หรือสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก การใช้โบกี้บรรทุกตู้สินค้า จึงตอบโจทย์ธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการเคลื่อนย้ายสต็อกสินค้าล็อตใหญ่ในครั้งเดียว
5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Logistics)
เทรนด์โลกปัจจุบันให้ความสำคัญกับ ESG (Environment, Social, and Governance) การเปลี่ยนมาใช้ รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าการขนส่งทางถนนหลายเท่าตัว ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ของคุณในฐานะธุรกิจสีเขียว
ข่าว รฟท. อื่นๆ : รฟท.เตรียมชง ครม.ชุดใหม่ ดัน รถไฟทางคู่ เฟส 2



