“เสนา”รุกกรีนมูฟบิลิตี้! ชู “เงินสดใจดี”แก้หนี้-ลดค่าใช้จ่ายคนกรุง

กดแชร์

“เสนา ดีเวลลอปเม้นท์” ประกาศยกระดับธุรกิจสู่การเป็น “Life Long Trusted Partner” ผ่านบริษัทลูก “เสนา กรีน เอเนอร์ยี่” เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ที่เป็นมากกว่าคนขายรถ แต่คือ “แพลตฟอร์มการเดินทาง” หวังแก้โจทย์ใหญ่ค่าเดินทางคนเมืองที่พุ่งสูงถึง 16% ของรายได้ ยึดแนวคิด “คุณภาพชีวิตที่คุ้มค่าและสะอาดขึ้น”

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจ ว่า ในปี 2569 กลยุทธ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทคือการเป็น “Life Long Trusted Partner” หรือคู่สัญญาที่ดูแลคุณภาพชีวิตลูกค้าในระยะยาว โดยไม่ได้มองเพียงแค่ผลกำไรเป็นที่ตั้ง แต่มุ่งเน้นการตอบสนองต่อปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการ SDG โดยเฉพาะเป้าหมายในการทำให้คุณภาพชีวิตของลูกค้านั้น “คุ้มค่าขึ้น” และ “คลีนขึ้น” ผ่านการบูรณาการทุกธุรกิจในเครือ

โดยโมเดลธุรกิจของบริษัทในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก คือ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสนา กรีน เอเนอร์ยี่ หรือธุรกิจพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า และบริการทางการเงิน เงินสดใจดี โดย “เสนา กรีน เอเนอร์ยี่” ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การขายแผงโซลาร์หรือรถ EV เท่านั้น แต่ถูกวางตัวให้เป็น “แพลตฟอร์มการเดินทาง” ที่ยึดโยงกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย

ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าคนกรุงเทพฯ มีภาระค่าเดินทางสูงถึง 16% ของรายได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน บริษัทจึงนำโมเดล “Solar for All” ที่เคยทำสำเร็จในการติดตั้งโซลาร์ให้บ้านทุกระดับราคา มาปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งหวังให้เกิดวงจรการใช้พลังงานสะอาดที่บ้าน “ชาร์จรถด้วยไฟจากโซลาร์ที่ติดบนหลังคาบ้าน” เพื่อลดต้นทุนการเดินทางให้เข้าใกล้ศูนย์บาทมากที่สุด

สำหรับกลไกสำคัญที่ทำให้โมเดลของเสนาแตกต่างคือการนำ “เงินสดใจดี” (สถาบันการเงิน Non-Bank ในเครือ) มาเป็นที่ปรึกษาและช่วยจัดการด้านสินเชื่อ โดยใช้ความเชี่ยวชาญจากการทำ Home Financing มาประยุกต์กับการซื้อรถ EV ผ่านรูปแบบต่างๆ เช่น การรวมหนี้ การนำมูลค่าบ้านที่ผ่อนไปแล้วบางส่วนมาทำ Re-financing เพื่อนำเงินส่วนต่างมาผ่อนรถ EV ซึ่งจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อรถยนต์ทั่วไป

และช่วยลดค่างวดต่อเดือนลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรองรับทั้งการเช่า การซื้อรถพร้อมโซลาร์ หรือแม้แต่การรับเทรดอินรถน้ำมันเดิมเพื่อเปลี่ยนเป็น EV แม้รถเดิมจะยังผ่อนไม่หมด แก้ปัญหา Rejection Rate ใช้แนวคิดเดียวกับการแก้ปัญหาคนกู้บ้านไม่ผ่านมาช่วยให้คนเข้าถึงรถ EV ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศ “The One Platform” สำหรับลูกบ้านเสนาที่จะได้รับการดูแลครบวงจร ตั้งแต่นิติบุคคลที่ดูแลโดย Victory Management (S x V) บ้านที่ติดตั้งโซลาร์ และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงรถ EV พร้อมแท่นชาร์จในโครงการ ขณะเดียวกันก็ยังเปิดกว้างเป็น “Open Platform” ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการผ่านบริษัทเงินสดใจดีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้เช่นกัน

นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าลดสัดส่วนค่าเดินทางของลูกค้าจาก 16% ให้เหลือเพียง 5-6% หรือเข้าใกล้ศูนย์ ซึ่งหากทำสำเร็จ จะช่วยลดหนี้ครัวเรือนและเพิ่มความสามารถในการออมหรือกู้ซื้อบ้านได้มากขึ้น บริษัทยังเปิดกว้างเป็น “Open Platform” ให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นลูกบ้านเสนาก็สามารถเข้ามาใช้บริการปรึกษาทางการเงินและเปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์หรือรถ EV ได้เช่นกัน

“เราไม่ได้แค่ขายรถ แต่เราขายโซลูชันการเดินทางที่เขียวและประหยัด โดยปัจจุบันเราเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถ EV ชั้นนำอย่าง OMODA, JAECOO และ Riddara และพร้อมจะขยายความร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ ต่อไปในฐานะแพลตฟอร์มที่เป็นกลาง บริษัทคาดหวังว่าในปีนี้จะมียอดขายรถยนต์ 1,000 คัน ซึ่งในไตรมาสแรกมียอดขายแล้ว 150 คัน ดร.เกษรา กล่าวทิ้งท้าย


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles