กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ อิทธิพลพายุ “คัลแมกี” ทำประเทศไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังจากฝนที่ตกหนักด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (8 พ.ย. 68) ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “คัลแมกี” (KALMAEGI) ปกคลุมบริเวณ ด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตราย จากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ส่วนเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
สำหรับภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า:ในช่วงวันที่ 8 – 9 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง และภาคเหนือ เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “คัลแมกี” ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันตก มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 12 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนไปปกคลุมประเทศเมียนมา ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยังคงมีลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 13 – 14 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องสาเซลเซียส ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนมีกำลังแรงขึ้น
ข้อควรระวัง: ในช่วงวันที่ 8 – 9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 14 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลง กับมีลมแรง ส่วนประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในวันที่ 8 พ.ย.
สถานการณ์แผ่นดินไหว(ช่วงวันที่ 7 – 8 พ.ย. 68): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ขนาด 2.5 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเวียดนาม และขนาด 4.1 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศลาว ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด



