พิพัฒน์ สาง ICD ลาดกระบัง สั่งเชื่อม ถนน-ราง-เรือ ลดต้นทุนขนส่ง

กดแชร์

กระทรวงคมนาคม เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7 เคลียร์ปัญหารถติดหน้า ICD ลาดกระบัง พร้อมเดินหน้าดัน PPP ดึงเอกชนลงทุน 1.1 พันล้าน ดันสัดส่วนขนส่งทางรางแตะ 50%

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง, นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการจราจรที่สะสมมานาน โดยสั่งการให้บูรณาการระบบขนส่ง “ถนน–ราง–สถานีขนส่ง–ท่าเรือ” เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

icd lat krabang

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า พื้นที่ลาดกระบัง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบโลจิสติกส์ในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก การแก้ไขปัญหาต้องมองภาพรวมทั้งระบบ ตั้งแต่การนำรถบรรทุกเข้าพื้นที่ การพักคอย การเปลี่ยนถ่ายสินค้า ไปจนถึงการขนส่งทางรางสู่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป้าหมายในการลดเวลา ลดต้นทุน เพิ่มความแน่นอนให้ผู้ประกอบการ และลดปัญหาจราจรกระทบประชาชน

ยกระดับสถานีร่มเกล้า สร้าง Ramp เชื่อม M7 แก้คอขวด

สำหรับสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ภายใต้การดูแลของกรมการขนส่งทางบก มีพื้นที่ประมาณ 225 ไร่ ทำหน้าที่เป็นจุดพักคอยและเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถบรรทุกขนาดใหญ่สู่รถขนาดเล็กก่อนเข้าเมือง ปัจจุบันมีการใช้พื้นที่ชานชาลาขนถ่ายสินค้าแล้วร้อยละ 75 และคลังสินค้าร้อยละ 72 โดยสั่งการให้ยกระดับพื้นที่ ความปลอดภัย ระบบตรวจสอบ และหารายได้บำรุงรักษาเพื่อแข่งขันกับ Truck Terminal ของเอกชน

ในส่วนของปัญหาทางเข้า–ออก โดยเฉพาะรถที่จะมุ่งหน้าไปชลบุรี ซึ่งเดิมต้องวิ่งไปวนกลับรถในฝั่งกรุงเทพฯ จนเกิดสะสมบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) กรมทางหลวงได้เริ่มก่อสร้าง Ramp เชื่อมเข้าสู่ M7 มุ่งหน้าชลบุรีโดยตรงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 28 มีนาคม 2570 ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการรองรับรถ จาก 930 คัน/ชั่วโมง เป็น 1,194 คัน/ชั่วโมง พร้อมสั่งให้ สนข., กรมทางหลวง, รฟท. และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันจัดระบบการจราจรภายในใหม่ทั้งหมด ไม่ให้เกิดปัญหาคอขวดสะสม

trucks management
trucks transfer

เปิดสถิติขนส่งทางรางโตต่อเนื่อง ดันสัมปทาน PPP สรุปปี 70

ผลการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเส้นทาง ลาดกระบัง–แหลมฉบัง พบว่าเติบโตต่อเนื่อง จาก 386,763 TEUs ในปีงบประมาณ 2564 เป็น 497,805 TEUs ในปีงบประมาณ 2568 และในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ณ 31 ส.ค. 2569) มีปริมาณสะสมแล้ว 436,598 TEUs

นับตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อ 9 เมษายน 2539 ICD ที่ลาดกระบัง ขนส่งตู้สินค้ารวมแล้ว 33,962,824 TEUs (ทางรถไฟ 10,612,940 TEUs, ทางถนน 23,349,884 TEUs) เดินรถไฟรวม 203,327 ขบวน สร้างรายได้ค่าระวางสะสม 11,260.08 ล้านบาท และค่าสัมปทาน 11,194.23 ล้านบาท นอกจากนี้ การขนส่งผ่านระบบ Single Rail Transfer Operator (SRTO) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2569 ทำได้ 483,350 TEUs สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 16

สำหรับความคืบหน้า การสรรหาเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ของ ICDลาดกระบัง หลังสัมปทานเดิม 6 สถานีหมดอายุตั้งแต่ปี 2554 รฟท. อยู่ระหว่างเสนอขอความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาต่อกระทรวงคมนาคม ตามมติ ครม. เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีกรอบลงนามสัญญา ภายในเดือนกรกฎาคม 2570 สัญญามีอายุ 20 ปี กำหนดให้ เอกชนลงทุนปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง 252.696 ล้านบาท และจัดหาเครื่องมือ RMG 927.140 ล้านบาท รวมเงินลงทุนเริ่มแรกประมาณ 1,179 ล้านบาท ซึ่ง รฟท. คาดว่าจะได้รับมูลค่าปัจจุบันสุทธิของค่าสัมปทานตลอดสัญญา ประมาณ 3,819 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไข ต้องเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในแต่ละปี

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : คมนาคมเดินหน้า Remote Tower จากหาดใหญ่ควบคุมถึงเบตง


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles