ผู้ว่าการ การเคหะ ย้ำชัดพื้นที่เกิดเหตุ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบ โอนกรรมสิทธิ์ถูกต้อง พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากกรณีอุบัติเหตุโครงสร้างโดมขนาดใหญ่พังถล่มลงมา ภายในพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบทักษะ การไฟฟ้านครหลวง (ระยะที่ 2) บริเวณซอยการเคหะเมืองใหม่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างเหล็กและหลังคาอย่างมาก จนเกิดกระแสข่าวเชื่อมโยงถึง การเคหะ ในฐานะหน่วยงานที่มีพื้นที่ใกล้เคียง และเกี่ยวข้องกับชื่อโครงการเดิม ในย่านดังกล่าวนั้น
ล่าสุด นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการ การเคหะฯ ได้ออกมาแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว “ไม่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของการเคหะแห่งชาติ” แต่อย่างใด
เปิดไทม์ไลน์การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนพบว่า ที่ดินแปลงที่เป็นจุดเกิดเหตุนั้น การเคหะฯ ได้ดำเนินการขายให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ไปตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2549 ซึ่งนับเป็นระยะเวลานานกว่า 19 ปีแล้ว โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ตามขั้นตอนกฎหมายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวจึงอยู่ภายใต้การดูแล บริหารจัดการ และเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานเจ้าของที่ดินโดยตรง
ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้าง
ผู้ว่าการ การเคหะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการก่อสร้าง การออกแบบทางวิศวกรรม การควบคุมงานก่อสร้าง หรือแม้แต่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวในทุกขั้นตอน ดังนั้นการดำเนินงานใดๆ ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์ฝึกอบรมฯ จึงเป็นไปตามการบริหารจัดการของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ทาง การเคหะฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น และขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
การออกมาชี้แจงในครั้งนี้ การเคหะฯ มุ่งหวังที่จะป้องกันความสับสนของข้อมูลข่าวสาร และให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า บทบาทหน้าที่ของการเคหะฯ ในพื้นที่ดังกล่าว ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คุณาลัยพลิกเกม! ชูจุดขาย บ้านสั่งสร้าง ลุยโปรเจกต์ บ้านผู้สูงวัย



