กรมรางฯ เดินหน้าศึกษาโครงสร้าง รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย ทุกสี หวังลดภาระค่าครองชีพ โดยไม่กระทบงบรัฐ
กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เร่งเครื่องศึกษาโครงสร้างราคาใหม่ เพื่อผลักดันนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย ทุกสี ให้เกิดขึ้นจริงทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยล่าสุดมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำระบบ “Zonal Fare” (จ่ายตามโซน) และ “Time-based Fare” (จ่ายตามเวลา) มาปรับใช้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ภายในปลายปี 2569 นี้ เพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางที่ครอบคลุม และเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้า เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ แต่เนื่องจากติดข้อจำกัดเรื่องสัญญาสัมปทานที่แตกต่างกันในแต่ละสาย จึงต้องมีการศึกษาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อลดภาระการอุดหนุนจากภาครัฐ ดังนี้
- ระบบแบ่งตามโซน (Zonal Fare): หากเดินทางระยะสั้น (8-10 สถานี) ราคาจะใกล้เคียง 40 บาท แต่หากเดินทางข้ามโซนระยะไกล ค่าโดยสารอาจขยับไปที่ 50-80 บาท ซึ่งยังถูกกว่าปัจจุบัน ที่บางเส้นทางพุ่งสูงกว่า 100 บาท
- ระบบตามระยะเวลา (Time-based Fare): โมเดลจากยุโรป เช่น อิตาลี ที่กำหนดว่าภายใน 60 นาที จ่ายในราคาประหยัดเพียงอัตราเดียว ซึ่งครอบคลุมพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ ที่ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยเพียง 20 นาทีต่อเที่ยว
ข้อดีของระบบจ่ายตามโซนและตามเวลา
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบค่าโดยสารใหม่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราคา แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตคนเมืองในระยะยาว ดังนี้
- ความคุ้มค่าสำหรับคนเดินทางไกล: คนที่อยู่ชานเมือง และต้องต่อรถไฟฟ้าหลายสาย จะไม่ต้องแบกรับค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและจ่ายราคาเพดานที่สูงเกินไป
- กระตุ้นการใช้ระบบราง: เมื่อราคาสมเหตุสมผล คนจะหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดและฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ
- ความยั่งยืนทางการเงิน: รัฐบาลไม่ต้องนำงบประมาณไปอุดหนุนแบบ “เหมาจ่าย” จนเกิดหนี้สาธารณะ แต่เป็นการบริหารจัดการผ่านการ “ซื้อคืนสัมปทาน” เพื่อคุมราคาให้เป็นธรรมที่สุด
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ: การบินไทยเริ่มปรับขึ้น ตั๋วเครื่องบิน 10-15% ตามต้นทุนน้ำมัน



