แฮร์ริส เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ดีต่อใจชนชั้นกลาง

กดแชร์

รองประธานาธิบดี แฮร์ริส เปิดนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อชนชั้นกลาง ลดภาษี สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ห้ามร้านค้า ขึ้นราคาสินค้าเกินจริง สนับสนุนการสร้าง ที่อยู่อาศัย ในราคาที่เอื้อมถึง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของ “เศรษฐกิจแห่งโอกาส” ที่ แฮร์ริส ตั้งใจจะทำ ถ้าได้เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นโยบายศรษฐกิจของ แฮร์ริส

ที่รัฐ นอร์ทแคโรไลนา ในการปราศรัยหาเสียง นโยบายเศรษฐกิจ ครั้งแรก แฮร์ริส ให้สัญญาว่า จะลดภาษีให้กับครอบครัว ที่มีลูกใหม่ ถึง 6,000 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 207,000 บาท ลดภาษีให้ครอบครัว ที่มีลูก และลดค่ายา ตามใบสั่งแพทย์

นอกจากนั้น จะผลักดัน การสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ 3 ล้านหน่วย ในระยะเวลา 4 ปี และ เพิ่มแรงจูงใจทางภาษี ให้กับบริษัทสร้างบ้าน ที่สร้างบ้านให้กับ ผู้ซื้อบ้านหลังแรก

“เศรษฐกิจของสหรัฐฯ แข็งแกร่ง แต่ราคาสินค้าสูงเกินไป พรรคเดโมแครต จะมุ่งเน้นนโยบาย ไปที่ชนชั้นกลาง”

“เราจะร่วมกันสร้าง เศรษฐกิจแห่งโอกาส การสร้างชนชั้นกลาง คือ เป้าหมายสำคัญ ของการดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีของฉัน เพราะพรรคเดโมแครต เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ถ้าชนชั้นกลางแข็งแกร่ง อเมริกาก็จะแข็งแกร่ง”

แฮร์ริส กล่าวว่า เดโมแครต จะลงรายละเอียดของแผนเศรษฐกิจ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และจะเปรียบเทียบกับ นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิกัน ที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจแบบกว้าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของภาษี ที่อดีตประธานาธิบดี เสนอให้เก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม แบบครอบคลุมทุกรายการ

การเพิ่มภาษีนำเข้า ทุกรายการ ทั้งผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน และ สินค้าจำเป็นพื้นฐาน ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นั้นคือ การทำร้ายชาวอเมริกัน”

“ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ในชีวิตประจำวัน จะราคาเพิ่มขึ้นเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ภาษีน้ำมันของทรัมป์ ภาษีอาหารของทรัมป์ ภาษีเสื้อผ้าของทรัมป์ และภาษียาของทรัมป์ ที่ซื้อเอง จากร้านขายยา”

พรรครีพับลิกันตอบโต้ นโยบายเศรษฐกิจของเดโมแครต

ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ โดนัลด์ ทรัมป์ เควิน ฮาสเซ็ตต์ และ สตีเฟน มัวร์  ตอบโต้นโยบาย เงินสนับสนุนสำหรับบ้านหลังแรก ที่สูงถึง 25,000 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 865,000 บาท นโยบายนี้ จะทำให้เงินเฟ้อ ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ

พรรครีพับลิกัน ตอกกลับว่า ถ้าแฮร์ริส – ไบเดน เป็นทีมเศรษฐกิจต่างหาก จะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และนโยบายของพวกเขา จะผลักดันให้เกิด เงินเฟ้อ

เป้าหมาย นโยบายเศรษฐกิจของเธอ เพื่อลบจุดอ่อน ของพรรคเดโมแครต ในสายตากลุ่มคนทำงานส่วนมาก ที่เห็นว่า พรรครีพับลิกัน สามารถดูแลเศรษฐกิจอเมริกาได้ดีกว่า ซึ่งกลุ่มคนทำงาน เป็น กลุ่มที่มีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ และ แนวโน้มของเศรษฐกิจ

พรรครีพับลิกัน และ กลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่ม วิจารณ์ว่า นโยบายเรื่อง ที่อยู่อาศัยหลังแรก และ การควบคุมราคาสินค้าในร้านค้าปลีก เป็น นโยบายประชานิยมที่ไม่รอบคอบ

ทัศนของ คณะกรรมการกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด

คณะกรรมการกลางฯ เห็นว่า นโยบายของ แฮร์ริส อาจเจอการต่อต้านจากทั้ง บริษัท และ รัฐสภา ซึ่งเคยปัดตก ข้อเสนอที่คล้ายคลึงกันนี้ ในสมัยของ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน

คณะจัดทำงบประมาณ ประเมินว่า แผนเศรษฐกิจของเธอ จะเพิ่มการขาดดุลสุทธิ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้ อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้ หากมีการดำเนินนโยบายที่อยู่อาศัย อย่างถาวร

แนวคิด แบบเศรษฐกิจก้าวหน้า ถึงจะได้รับความนิยม จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ถูกพิสูจน์แล้วว่า ยากที่จะผ่านออกมา เป็น กฎหมาย นโยบายเศรษฐกิจ ทั้งของแฮร์ริส และ ทรัมป์ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา ตัวอย่างข้อพิสูจน์ เช่น ในปีนี้ ร่างกฎหมายลดหย่อนภาษีบุตร ถึงจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ไม่ผ่านในชั้นวุฒิสภา

สรุป นโยบายเศรษฐกิจของ แฮร์ริส

ลดค่าครองชีพ ลดค่ายา ยกเลิกหนี้จากการรักษาพยาบาล สนับสนุนการมีบ้านหลังแรก ไม่เพิ่มภาษีผู้มีรายได้บุคคลธรรมดา

  • รัฐบาลกลาง จะควบคุมการขึ้นราคาสินค้า อุปโภค บริโภค นโยบายนี้ มีจุดมุ่งหมาย เพื่อหยุดยั้ง บริษัทใหญ่ๆ ไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค อย่างไม่เป็นธรรม เพื่อผลกำไร ที่มากจนเกินไป และ จะมีบทลงโทษอย่างหนัก สำหรับบริษัท ที่โก่งราคาสินค้า “เราเข้าใจ ธุรกิจส่วนใหญ่ สร้างงาน มีส่วนช่วย สนับสนุนเศรษฐกิจ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แต่บางบริษัท ไม่ได้ทำเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และ ต้องมีมาตรการ เพื่อจัดการกับบริษัทที่ฝ่าฝืน เหล่านั้น”
  • นโยบายภาษีและมาตรการ เพื่อส่งเสริมให้ คนสามารถซื้อบ้านหลังแรก จำนวน 25,000 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 865,000 บาท นอกจากนี้ จะขยายความช่วยเหลือไปสู่ผู้ที่เช่าบ้าน และ ห้ามบริษัทใหญ่ เหมาซื้อบ้านจำนวนมาก
  • ผลักดันให้ ลดต้นทุนด้านการดูแลสุขภาพ ยกเลิกหนี้ค่ารักษาพยาบาล และลดราคายาตามใบสั่งแพทย์ ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน สามารถลดราคายา ที่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Medicare) ใช้เป็นประจำ 10 รายการ โดยสามารถลดราคาลงได้ถึง 79%
  • คงมาตรการไม่ขึ้นภาษี ของผู้มีรายได้ต่อปี 400,000 ดอลลาร์ ราว 13.8 ล้านบาท หรือต่ำกว่า โดยนโยบายนี้ ถูกเสนอมา เพื่อเปรียบเทียบกับ นโยบายภาษีของ ทรัมป์ ที่จะลดภาษีให้นิติบุคคล จาก 35% เหลือ 21% และต่อมาตรการลดหย่อนภาษี ที่กำลังจะสิ้นสุดลง ทรัมป์ยังสัญญา ว่า จะทำให้ การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล เป็น มาตรการถาวร

ที่มา รอยเตอร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย
กมลา แฮร์ริส  vs โดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 เทียบนโยบายภาษี


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles