IMF ชี้ 35 ปีไทยเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจ รายได้ต่อหัวทะลุ 8,000 ดอลลาร์

กดแชร์

IMF ระบุ 35 ปีไทยเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจ โตขึ้นกว่า 3 เท่า รายได้ต่อหัวทะลุ 8,000 ดอลลาร์ ความยากจนต่ำ 5% “เอกนิติ” ย้ำ ปักหมุดดึงทุนต่างชาติ เทค พลังคนไทย ดันเศรษฐกิจไทยโตรอบใหม่

ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการจัดเสวนาพิเศษ “Thailand Special Seminar: Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth” ย้อนมองเส้นทางเศรษฐกิจไทยตลอด 35 ปี พร้อมวางโจทย์การเติบโตรอบใหม่ของประเทศ

นายเค็นจิ โอคามูระ รองกรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า ประเทศไทยวันนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งเป็นเจ้าภาพการประชุมปี 1991 (พ.ศ.2534) อย่างสิ้นเชิง ขนาดเศรษฐกิจขยายใหญ่ขึ้นมากกว่า 3 เท่า ขณะที่รายได้ต่อหัวเพิ่มจากไม่ถึง 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นมากกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราความยากจนของไทยลดจากมากกว่า 50% เหลือต่ำกว่า 5% พร้อมเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานเกษตรไปสู่ภาคการผลิตและบริการที่มีผลิตภาพสูง จนกลายเป็นศูนย์กลางภูมิภาคด้านการผลิต การค้า และการท่องเที่ยว โดย IMF ระบุว่ามีไม่กี่ประเทศที่สร้างการเปลี่ยนผ่านกว้างขนาดนี้ได้ภายในหนึ่งรุ่นอายุคน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปี 1991 เปรียบเหมือน First Takeoff ของเศรษฐกิจไทย เมื่อประเทศใช้โอกาสจากการย้ายฐานการผลิตของญี่ปุ่น ดึงเงินลงทุนโดยตรง หรือ FDI จำนวนมาก และเปลี่ยนแรงงานจากภาคเกษตรเข้าสู่อุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม บทเรียนสำคัญจากการเติบโต 8–10% ในอดีต คือการละเลยเสถียรภาพจนเกิดวิกฤตปี 1997 วันนี้ไทยจึงต้องเติบโตบนฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม โดยนายเอกนิติระบุว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นเกือบ 3 เท่า สะท้อนกันชนทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับ Next Takeoff รอบใหม่ ไทยต้องขับเคลื่อนด้วยการเพิ่มผลิตภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล การลงทุนในทุนมนุษย์ และ FDI ระลอกใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ พร้อมย้ำว่าการเติบโตต้องไม่ทิ้งคนไทยและ SMEs ไว้ข้างหลัง

นายเอกนิติ เปรียบ FDI ระลอกใหม่เป็นรถไฟความเร็วสูงขบวนใหม่ หน้าที่ของรัฐคือเปิดประตูให้แรงงานไทยและ SMEs ขึ้นขบวนนี้ได้ ผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ โดยมีเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและการคลังเป็นฐานรองรับ

นอกจากนี้ AI จะเป็นโอกาสสำคัญของไทยทั้งด้านการส่งออก การลงทุน และยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัย หากแรงงานไทยสามารถใช้ AI เพิ่มผลิตภาพได้ ก็จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยรอบใหม่

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังวิกฤตปี 1997 (พ.ศ. 2540) ไทยได้ปฏิรูประบบการเงินครั้งใหญ่ ทั้งการใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว เป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น และการสร้างเงินสำรอง แต่โจทย์วันนี้เปลี่ยนมาอยู่ที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือน สินเชื่อ SMEs และการเติบโตที่ชะลอลง


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles