“เอกนิติ” เปิดตัว “Bangkok Blueprint” บนเวที IMF World bank สกัดภัยการเงินไซเบอร์ข้ามชาติ ชี้ความเสียหายทั่วโลกพุ่ง 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี การแก้ปัญหาต้องข้ามพรมแดน เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับโลกการเงิน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) จับมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดตัว “แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ” (Bangkok Blueprint) กรอบยุทธศาสตร์ระดับโลก 5 เสาหลัก และ 12 ข้อพิจารณา เพื่อผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน และข้ามพรมแดน ป้องกัน ตรวจจับ และอายัดเส้นทางเงินแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หวังปกป้องความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัลทั่วโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการเปิดตัว “Bangkok Blueprint“ ว่าในปัจจุบันรูปแบบการฉ้อโกงทางการเงินได้พัฒนาและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ปัญหาว่านี่ไม่ใช่ความท้าทายใหม่ แต่มีการพัฒนามาจากอีเมลลูกโซ่ในช่วงต้นยุค 2000 มาสู่การใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาปลอม (Deepfake)
ในปัจจุบัน การหลอกลวงและการฉ้อโกงทางดิจิทัลได้กลายเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น3% ของ GDP โลก
“ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาข้ามชาติที่ควรได้รับการตอบสนองเพื่อแก้ปัญหาจากผู้ที่เต็มใจจะร่วมกันก้าวข้ามพรมแดนเหล่านั้น เหยื่ออาจอยู่ในประเทศหนึ่ง มิจฉาชีพอาจปฏิบัติการจากอีกประเทศหนึ่ง และเงินถูกโอนถ่ายผ่านประเทศที่สาม ในขณะที่การรับมือของเรายังคงจำกัดอยู่ในระดับประเทศและมีการประสานงานที่จำกัด มิจฉาชีพจึงใช้ประโยชน์จากช่องว่างเหล่านี้ นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีประเทศใดสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เพียงลำพัง”นายเอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้เพื่อยกระดับการรับมือกับปัญหานี้ ประเทศไทยจึงได้มีการนำเสนอ “Bangkok Blueprint” ซึ่งเป็นแนวทางเชิงนโยบายเพื่อสร้างความไว้วางใจในบริการทางการเงินดิจิทัล โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1.การจัดการแบบองค์รวม (Whole-system approach) โดยการหลอกลวงมักเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารรวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมมือกันป้องกันและช่วยเหลือเหยื่อในการกู้คืนเงิน
2.การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ: แนวทางนี้มุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างระบบภายในประเทศให้เข้มแข็ง และสามารถจัดการกับปฏิบัติการข้ามพรมแดนของมิจฉาชีพได้
3.การนำไปปฏิบัติและปรับใช้ได้จริง: เนื่องจากกฎหมายและศักยภาพของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แนวทางนี้จึงมีความยืดหยุ่น และสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้องค์กรกำหนดมาตรฐานสากลนำไปใช้ต่อได้
ทั้งนี้ในการจัดทำเอกสาร “Bangkok Blueprint in Action” ได้รวบรวมประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อระบุความท้าทายและบทเรียนจากการนำนโยบายไปใช้จริง สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการริเริ่มโครงการ “Connect the Dot” ซึ่งเป็นการนำข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงจากหน่วยงานต่างๆ มารวมไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถมองเห็นรูปแบบของการหลอกลวงและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เราต้องการให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล สิ่งนี้มีความสำคัญต่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเพื่อรักษาความไว้วางใจในระบบการเงิน… การฉ้อโกงไม่มีพรมแดน ดังนั้นการตอบสนองของเราก็ควรข้ามพรมแดนเช่นเดียวกัน” นายเอกนิติ กล่าว



