“พาณิชย์” เดินหน้าสกัดบัญชีมานิติบุคคล เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ​

กดแชร์

“พาณิชย์” เดินหน้าสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เผยตรวจสอบรายชื่อย้อนหลัง 98,000 รายชื่อ พบจดทะเบียนบริษัททำบัญชีม้าลดลงจากปีที่แล้ว เหลือเพียง 10 ราย

 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด ‘ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน’ ในวันเดียวกันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ว่า  กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามุ่งในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล  ระหว่างหน่วยงานรัฐกว่า 320 แห่งเพื่อลดภาระการใช้เอกสารกระดาษและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 7,100 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 ทุกหน่วยรัฐมาขอข้อมูลกับกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับนิติบุคคล จะไม่ส่งมอบข้อมูลโดยกระดาษอย่างเด็ดขาด เพื่อบังคับให้ทุกหน่วยงานมาเชื่อมข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล 

นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นบัญชีม้า และการใช้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายนอมินีผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลระดับชาติ เมื่อบัญชีม้าจากบุคคลธรรมดา เริ่มระบาดเป็นนิติบุคคลบัญชีม้า หากมายื่นจดทะเบียนจะถูกปิดกั้นโดยทันที  ทั้งนี้ได้มีการร่วมตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบว่าผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  มีประมาณ 13.4 ล้านคนมาขอจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกหรือการแอบอ้างใช้ชื่อผู้มีรายได้น้อยมาเป็นนอมินี   เป็นการเชื่อมข้อมูลภาษีและประวัติอาชญากรรม  รวมถึงมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมสรรพากรเพื่อดูประวัติการเสียภาษี และเชื่อมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า  โดยกระทรวงพาณิย์ได้นำรายชื่อบัญชีม้าดำประมาณ 98,000 รายชื่อ มาตรวจสอบย้อนหลังในฐานข้อมูลนิติบุคคล 980,000 ราย   ผลจากการใช้มาตรการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – วันที่ 31 มี.ค.2568 พบว่าการจดทะเบียนบริษัทเพื่อนำไปทำบัญชีม้าลดลงจากปีที่แล้วที่มี 578 ราย เหลือเพียง 10 รายเท่านั้น

 นางศุภจี กล่าวอีกว่า โดยประเภทข้อมูลที่เชื่อมโยง  ข้อมูลพื้นฐาน 8 รายการ เช่น รายชื่อผู้ถือหุ้น, หนังสือรับรองบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน ซึ่งปกติประชาชนต้องสั่งพิมพ์และเซ็นรับรองเพื่อนำไปยื่นตามหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศาล, สถานีตำรวจ, กรมที่ดิน หรือกรมสรรพากร   ประโยชน์ที่ได้รับ คือ  ความรวดเร็วและแม่นยำ  ข้อมูลจะเป็นรูปแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด ลดปัญหาความไม่โปร่งใส   


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles