“พาณิชย์” ช่วยเกษตรกรคลอดโครงการปุ๋ยธงเขียว ส่วนลดสูงสุด 2,100 บาท ดึงสินค้า 3,000 รายการลดสูงสุด 58% ช่วย SMEs 2,000 ราย ขายออนไลน์ แจกคูปอง 5 แสนใบ พร้อมปรับสูตรปุ๋ยลดการพึ่งพานำเข้าวัตถุดิบ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการดูแลต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าและปุ๋ย ถือเป็นนโยบายต่อเนื่องจากที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาทำแล้วลดค่าครองชีพประชาชน
ในระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ กว่า 300 ราย นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58% กระจายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาภาระประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ระยะต่อไป ครม. ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การผลักดันสินค้าเอสเอ็มอีเข้าสู่ตลาด และการสนับสนุนการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีการผลิตจริง มีมาตรฐาน และพร้อมจำหน่าย เข้าร่วมโครงการเบื้องต้น 2,000 ราย ก่อนขยายให้ได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 รายตลอดทั้งปี
จับมือ 4 แพลตฟอร์มช่วยเอสเอ็มอี
กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกับ 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Thailand Post Mart, NextGen, TikTok และ Shopee โดยทั้ง 4 แพลตฟอร์มจะไม่คิดค่าธรรมเนียม GP ขณะที่รัฐบาลช่วยค่าขนส่ง ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องเสียค่าส่ง และผู้ขายไม่ถูกหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมแจกคูปองส่วนลด 500,000 ใบ ใบละ 100 บาท เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าเอสเอ็มอี และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย
รัฐบาลยังขยายมาตรการธงฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล โดยเตรียมกระจายสินค้าราคาประหยัดผ่านจุดจำหน่ายกว่า 500 จุดทั่วประเทศ พร้อมโครงการธงฟ้าเคลื่อนที่และรถพุ่มพวง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในระบบกว่า 2,000 คัน และเตรียมขยายเป็น 5,000 คัน เพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล
ในช่วงเปิดเทอมเดือน พ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ยังจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ส่งมอบชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนราคาพิเศษให้โรงเรียนกว่า 1,000 แห่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

ลดพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ย
มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร รัฐบาลเดินหน้าโครงการปุ๋ยคนละครึ่งโดยบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ผ่านข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนดอกเบี้ยแบบคนละครึ่ง และการปรับปรุงสูตรปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบนำเข้าและสนับสนุนการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น
รัฐบาลยังเร่งแก้ปัญหาปุ๋ยยูเรีย ซึ่งยังต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยยอมรับว่าสถานการณ์มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือบรรทุกปุ๋ยอย่างน้อย 5 ลำล่าช้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เร่งประสานหาแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน เพื่อยืดระยะเวลาสต็อกปุ๋ยในประเทศให้นานที่สุด
ครม. อนุมัติโครงการปุ๋ยธงเขียวแล้ว
ครม. ยังอนุมัติโครงการปุ๋ยธงเขียว เพื่อบรรเทาต้นทุนเกษตรกร โดยเพิ่มส่วนลดจากเดิม 200 บาทต่อกระสอบ เป็น 300 บาทต่อกระสอบ สำหรับ 5 กระสอบแรก พร้อมเพิ่มส่วนลดค่าสารเคมีเกษตรอีก 50 บาท ทำให้เกษตรกรได้รับสิทธิช่วยเหลือเบื้องต้น 1,550 บาทต่อครัวเรือน

หากเกษตรกรมีทั้งทะเบียนเกษตรกร บัตรเกษตรดิจิทัล และซื้อปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติม จะได้รับสิทธิช่วยเหลือรวมสูงสุด 2,100 บาทต่อครัวเรือน โดยรัฐบาลตั้งเป้าช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงที่ราคาวัตถุดิบปุ๋ยโลกยังผันผวน
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ขึ้นราคาปุ๋ย แต่รัฐบาลรับทราบว่าต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือ ค่าประกัน และต้นทุนวัตถุดิบ จึงเร่งออกมาตรการล่วงหน้าเพื่อสกัดผลกระทบ
นอกจากนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบร้านค้าปุ๋ยกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ พบผู้กระทำผิด 48 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินคดี และย้ำว่าหากประชาชนพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย



