FFT เผย ผลประเมินนโยบายธนาคารไทย ปี 2568 ชี้แบงก์ไทยสอบผ่านเกณฑ์ใหม่ พร้อมจี้ สกัดสินเชื่อกลุ่มก่อมลพิษ PM2.5
แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand – FFT) ประกาศ ผลประเมินนโยบายธนาคารไทย ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นการประเมินต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยภาพรวมพบว่า สถาบันการเงินไทยมีการยกระดับนโยบายด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในปีนี้จะมีการปรับใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล FFGI 2025 ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น แต่คะแนนเฉลี่ยรวมของทั้ง 11 ธนาคารยังคงขยับสูงขึ้น สะท้อนถึงความตื่นตัวของภาคธนาคารในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
สรุปอันดับธนาคารยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน
จากรายงานฉบับล่าสุด พบว่ามีธนาคาร 8 แห่งจากทั้งหมด 11 แห่งที่มีคะแนนเพิ่มขึ้น โดยผู้ชนะในแต่ละกลุ่มประกอบด้วย
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์: ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) คว้าอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (40.75%) ตามมาด้วย ไทยพาณิชย์ (SCB) (38.95%) และ กสิกรไทย (KBANK) (38.47%)
- กลุ่มธนาคารเฉพาะกิจ: ธนาคารออมสิน (GSB) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยคะแนน 27.90%
จี้ธนาคารยกระดับเกณฑ์สินเชื่อรับ พ.ร.บ. อากาศสะอาด
นอกจากการประกาศคะแนนแล้ว ในวงเสวนา “การเงินที่รับผิดชอบต่อมลพิษ” ยังมีการเน้นย้ำถึงบทบาทของธนาคารต่อปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ธนาคารต้องนำความเสี่ยงด้านมลพิษจากอุตสาหกรรมมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจปล่อยสินเชื่ออย่างจริงจัง
พ.ร.บ. PRTR จิ๊กซอว์ตัวสำคัญด้านข้อมูล
คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่ากฎหมาย PRTR (การรายงานการปล่อยมลพิษ) จะเป็นเครื่องมือให้ธนาคารตรวจสอบพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงของลูกค้าได้ โดยไม่ต้องคาดการณ์อีกต่อไป ขณะที่นักวิชาการจากจุฬาฯ เสริมว่า ธปท. ควรเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางให้ทุกธนาคารปฏิบัติตามเพื่อป้องกันการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ก่อมลพิษ
กลไก “แรงจูงใจและบทลงโทษ”
กรมควบคุมมลพิษเสนอให้ภาคการเงินใช้มาตรการทางภาษีและดอกเบี้ย เช่น การลดดอกเบี้ยให้โครงการสีเขียว หรือเพิ่มเงื่อนไขที่เข้มงวดกับอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ยั่งยืนและสอดรับกับกฎหมายอากาศสะอาดฉบับใหม่
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: วิเคราะห์เศรษฐกิจ กรุงศรีชี้เลือกตั้งไทย ดึงเชื่อมั่นพุ่ง



