ไฟเขียวThailand FastPass ปลดล็อคให้เกิดลงทุนจริง 4.8 แสนล้านบาท

กดแชร์

ครม.เศรษฐกิจ เคาะ 3 มาตรการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คิกออฟ Thailand FastPass นำร่องเร่งรัดให้ลงทุนจริง 80 โครงการ มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุนและการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต โดยมอบหมายให้บีโอไอขับเคลื่อนและดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่

1) มาตรการ Thailand FastPass และการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคเพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการลงทุนสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานสะอาด และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

การจัดทำระบบ Thailand FastPass เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก โดยจะเป็นกลไกใหม่ที่นำมาใช้เพื่อปลดล็อกอุปสรรคของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ให้สามารถเดินหน้าลงทุนได้อย่างรวดเร็ว

โดยตั้งเป้าให้การพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตเร็วขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 20–50 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว พร้อมดำเนินการภายในเดือนธันวาคม 2568

2) มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) จำนวน 1 แสนคน และ 3) มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

มาตรการที่ 2 และ 3 จะใช้เงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ในวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยเร็ว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า นอกจากกลไก Thailand FastPass แล้ว ในส่วนของการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคเพื่อเร่งรัดการลงทุนในระยะสั้น บีโอไอได้คัดเลือกโครงการขนาดใหญ่ที่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อนำร่องแก้ไขปัญหาจำนวน 80 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 4.8 แสนล้านบาท

โครงการส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านระบบเครือข่ายสายส่งไฟฟ้ามีข้อจำกัดในบางพื้นที่ ปัญหาการจัดหาที่ดินอุตสาหกรรม ปัญหาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน รวมถึงปัญหาการขอใบอนุมัติ/อนุญาตต่าง ๆ

ด้านระบบส่งไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อให้ผู้ลงทุนมีพลังงานไฟฟ้าอย่างเพียงพอ จึงมีมติให้เร่งรัดการออกประกาศหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้โครงข่ายระบบไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการลงทุนขยายระบบสายส่งไฟฟ้าให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมายตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เร่งออกหนังสือยืนยันการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำหรับกิจการ Data Center ที่เตรียมลงทุน

นอกจากนี้ เพื่อให้มีกลไกพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อตอบโจทย์ทิศทางการลงทุนสีเขียวในอนาคต จึงให้สำนักงาน กกพ. เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบที่ 2 (UGT2) และโครงการนำร่องซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568

ด้านพื้นที่ลงทุน เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ประสานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงาน EEC (กรณีในพื้นที่ EEC) ทบทวนการวางและปรับปรุงผังเมืองรวมและผังชุมชน กำหนดแนวทางการเพิ่มพื้นที่นิคมฯ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต ภายในเดือนมีนาคม 2569

รวมถึงให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำแนวทางผ่อนผันให้อนุญาตขุดถมดินเพื่อเตรียมพร้อมที่ก่อสร้างไปพลางก่อนระหว่างยื่นความเห็นชอบรายงาน EIA ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569

ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของบีโอไอในการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจำนวน 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 2 ส่วนคือโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติในช่วงปี 2566–2567 แต่ยังติดปัญหาไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ 65 โครงการ มูลค่าลงทุน 271,738 ล้านบาท

ที่ผ่านมาบีโอไอได้เร่งประสานงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะรายให้กับนักลงทุนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีโครงการบางส่วนสามารถเริ่มลงทุนจริงหรือมีแผนเริ่มลงทุนที่ชัดเจนแล้ว 40 โครงการ มูลค่า 148,543 ล้านบาท

โดยยังเหลือโครงการที่ติดปัญหา/อุปสรรคสำคัญต่างๆ เช่น ด้านระบบส่งไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ด้านการจัดหาพื้นที่ และใบอนุมัติ/อนุญาตต่างๆ จำนวน 25 โครงการ มูลค่า 123,195 ล้านบาท

โครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติในปี 2568 ที่ประสบปัญหาคล้ายกันและจะนำมาแก้ไขในคราวเดียวกันอีก 15 โครงการ มูลค่า 216,742 ล้านบาท


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles