ธอส. พักชำระเงินงวดนานสูงสุด 1 ปี พร้อมลดดอกเบี้ย กู้สร้าง-ซ่อมบ้าน 

กดแชร์

ธอส. พักชำระเงินงวดนานสูงสุด 1 ปี พร้อมลดดอกเบี้ย กู้สร้าง / ซ่อมบ้าน ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผ่านมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งการพักชำระหนี้นานสูงสุด 1 ปี ลดอัตราดอกเบี้ย 0%และผ่อนปรนการชำระเงินงวด รวมทั้งสินเชื่อเพื่อปลูกสร้าง-ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย

มาตรการ 1 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือที่อยู่อาศัยเสียหายจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี (จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน)นาน 5 ปีแรก และปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1% ต่อปี และกรณีซื้ออุปกรณ์ฯ/ชำระหนี้ เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธอส.ปัจจุบันอยู่ที่ 6.195%ต่อปี)

มาตรการ2 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ0.01%ต่อปี (จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน) ตลอดอายุสัญญา

มาตรการ3 สำหรับลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการกู้เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ได้รับอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก0% ต่อปี เดือนที่7–12 เท่ากับ0.50% ต่อปี ปีที่2–3เท่ากับ2.50% ต่อปี ปีที่4–5 เท่ากับ 3.50% ต่อปี ปีที่6-10 เท่ากับ MRR-2% ต่อปี และปีที่11 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1% ต่อปี

มาตรการ4 สำหรับลูกค้าสถานะ NPLที่เสียชีวิต ทุพพลภาพถาวร หรือหลักประกันได้รับความเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถพักอาศัยได้ โดยในช่วงเดือนที่1–12ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% และปลอดการผ่อนชำระเงินงวด จากนั้นผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาคงเหลือ

มาตรการ5 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่บาดเจ็บสาหัส หรือหลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยเดือนที่1–12 ได้รับอัตราดอกเบี้ย0% พร้อมปลอดการผ่อนชำระเงินงวด เดือนที่13–60 คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อผ่อนชำระครบกำหนดแล้ว ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้
 
มาตรการ 6 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยเดือนที่ 1–6 ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อนชำระเดือนละ1,000 บาท เพื่อนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด เดือนที่ 7–12 คิดอัตราดอกเบี้ย 1%ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบกำหนดแล้ว ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

นอกจากนี้ ลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการต่อเติม หรือซ่อมแซมอาคาร หรือซื้ออุปกรณ์ฯ ที่ได้รับความเสียหาย สามารถขอสินเชื่อซ่อม–แต่ง และสินเชื่อซ่อม–แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ระยะเวลากู้นานสูงสุด 5 ปี โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง1% ต่อปี นาน3 ปี และวงเงิน 200,000 บาทถัดมา ปีที่ 1–3คิดอัตราดอกเบี้ย1.99% ต่อปี และปีที่ 4-5  คิดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่ม ณ สำนักงานที่ดิน

สำหรับลูกค้า ธอส. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว มีความสนใจ เข้าร่วมมาตรการ สามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H Bank Social Media ทุกช่องทางhttps://www.ghbank.co.th/news/detail/public-relations/press-30-12-2568


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles