“เบญจรงค์” ย้ำรัฐบาลส่งเสริมการออม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัย
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ให้ความสำคัญ การออม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ในการพัฒนาระบบการออมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ภายใต้นโยบายเร่งด่วน “Quick Big Win” ด้วยแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว”
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมทั้งแผนปฎิรูปประเทศด้านสังคม ประเด็นปฎิรูปที่ 1 กำหนดการปฏิรูปการออม สวัสดิการสังคม และการลงทุนเพื่อสังคม โดยหนึ่งในกิจกรรมที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน คือ ระบบการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังวัยเกษียณที่เพียงพอและครอบคลุม ในกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ ซึ่งตรงตามภารกิจหลักของ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

สำหรับแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถสร้างหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณ ผ่านเงินออมของตนเอง ซึ่งการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินสมทบจากรัฐ ตามช่วงอายุในเดือนถัดไป สูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี ยังมีผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนอีกด้วย นับว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน กอช. ยังได้ริเริ่มโครงการ “สลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ” หรือ “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ ที่นำเอาวิถีชีวิตของคนไทยมาสร้างแรงจูงใจให้เกิดการออมเงินผ่านสลาก กอช. ซื้อแล้วเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมทุกบาท เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรู้จักเก็บออมและมีหลักประกันทางรายได้ในอนาคต มั่นใจว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนลดภาระด้านสวัสดิการสังคม และการคลังของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ”



