ผู้ว่าฯกทม. เดินหน้าดำเนินงานตามยุทธการช็อตโจรขโมยสายไฟ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับจากการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างจริงจัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2568 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
ทั้งนี้จากที่กรุงเทพมหานครบูรณาการหลายภาคส่วนทั้งตำรวจนครบาล กรมการปกครอง เดินหน้าดำเนินงานตามยุทธการช็อตโจรขโมยสายไฟ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับจากการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างจริงจัง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตไปสำรวจจำนวนร้านรับซื้อขายของเก่าในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือและแจ้งให้ทราบถึงมาตรการหากรับซื้อของโจร ผลการสำรวจของ 33 เขต (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ค. 68) พบว่ามีร้านรับซื้อของเก่า จำนวน 386 ร้าน แบ่งเป็นมีใบอนุญาต 376 ร้าน ไม่มีใบอนุญาต จำนวน 10 ร้าน และไม่พบการกระทำผิดในกรณีรับซื้อสายไฟฟ้า

ในการนี้ สำนักการโยธา ได้จัดทำแนวทางแก้ปัญหาสายไฟถูกลักขโมย มีมาตรการระยะสั้นเร่งด่วน ด้วยวิธีพาดสายอากาศตามถนนที่พบปัญหาการลักขโมยสายไฟ จำนวน 21 เส้นทาง แก้ไขแล้ว 19 เส้นทาง และอยู่ระหว่างการแก้ไข 2 เส้นทาง คือ ถนนศรีนครินทร์และถนนพระยาสุเรนทร์ ทั้งนี้ มีเหตุสายไฟถูกลักขโมยเกิดขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 บริเวณถนนอรุณอมรินทน์ โดยสำนักการโยธาได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางยี่ขันแล้ว และดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมเร่งด่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จวันศุกร์ที่ 4 ก.ค. 68 นี้
“ขอให้หน่วยงานเอาจริงเอาจังเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้มีการตั้งรางวัลนำจับ และขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการลักลอบตัดสายไฟสามารถแจ้งได้ทางแพลตฟอร์ม Traffy Fondue หรือโทร. 191 หรือ โทร.แจ้งสถานีตำรวจนครบาลในท้องที่”
“มนพร” รุก 3 ฝ่าย หาแนวทางเพิ่มรายได้ให้กรมท่าอากาศยาน เน้นเพิ่มรายได้ – ลดข้อจำกัด
“มนพร” รุก 3 ฝ่าย หาแนวทางเพิ่มรายได้ให้กรมท่าอากาศยาน นำพื้นที่ที่มีมาใช้ประโยชน์ให้เกิดรายได้ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเช่าพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมหารือแนวทางการเพิ่มรายได้ให้กับเงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน ร่วมกับกรมธนารักษ์ (ธร.) กระทรวงการคลัง (กค.) ว่า การประชุมครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์ให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) นำข้อมูลมาหารือแนวทางการหาประโยชน์จากท่าอากาศยานภูมิภาค
ในสังกัดที่มีพื้นที่สามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้ให้กับราชการมากที่สุด โดยร่วมกันหารือแนวทางการเพิ่มรายได้ที่นอกเหนือจากรายได้จากการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง ธร. กับ ทย. เรื่อง การแบ่งรายได้อันเกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของสนามบินอนุญาตที่ดำเนินงาน โดย ทย. เข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ทั้งนี้ปัจจุบันรายได้ของ ทย. ที่ได้รับจากบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดของสนามบินอนุญาต ในส่วนของการตกลงแบ่งรายได้อันเกิดจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ (ค่าเช่า) เข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนฯ จำนวนร้อยละ 10 ของรายได้ดังกล่าว โดย กค. ได้เสนอแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ตามลักษณะของพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมทั้งเสนอให้กำหนดกรอบการดำเนินงาน ระยะเวลา 10 – 15 ปี ให้มีระยะยาวในลักษณะภาพรวม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องยิ่งขึ้น
โดยมีแนวทางสอดคล้องกับกระทรวงคมนาคมที่จะนำพื้นที่ที่มีมาใช้ประโยชน์ให้เกิดรายได้ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเช่าพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน เช่น การให้เช่าในระยะยาว การส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและจะสามารถเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น โดยหลังจากนี้ ทย. และ ธร. จะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อพิจารณาแนวทางการจัดหาประโยชน์จากที่ราชพัสดุเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงระยะเวลา ประเภทกิจกรรม และลักษณะพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ภายใต้แนวคิดในการเพิ่มรายได้ ลดข้อจำกัด และต้องอยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า จากบันทึกข้อตกลง การแบ่งรายได้อันเกิดจากกรณีใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุในพื้นที่ของสนามบินอนุญาตที่ดำเนินงาน โดย ทย. ได้แก่ รายได้จากค่าธรรมเนียมด้านการบิน (Aero) เข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง สำหรับรายได้อันเกิดจากกรณีที่เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุ ได้แก่ รายได้ที่ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการบิน (Non-Aero) (ค่าเช่า) นำเข้าเงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน ร้อยละสิบของเงินอันเกิดจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าว



