ท้าพิสูจน์ความโปร่งใส! กรมธุรกิจพลังงาน ให้สังคมร่วมตรวจสอบเส้นทางขนส่งน้ำมัน พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า เส้นทางห่วงโซอุปทานน้ำมัน เริ่มต้นจากการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกไกล 11% ตะวันออกกลาง 53% ผลิตได้เองในประเทศ 9% อื่นๆ จากสหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 27% โดยน้ำมันดิบเข้ามาก็จะเป็นนําเข้าสู่โรงกลั่น แล้วกลั่นน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้อยู่ที่ 78.28 ล้านลิตร เป็นดีเซลพื้นฐานที่ยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล จากน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะถูกจัดส่งมาที่เรียกว่าเป็นสต็อกถังเก็บน้ำมันพื้นฐานของในโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7

ทั้งนี้ปัจจุบันนี้ในสต็อกถังเก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐานอยู่ทั้งประเทศรวมกันทั้งสิ้น 854 ล้านลิตร ณ วันที่ 24 มี.ค.69 จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วน คือ 1.จําหน่ายไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านลิตร 2.จำหน่ายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อไปจําหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้า ก่อสร้าง เป็นการจําหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล หรือน้ำมันดีเซลพื้นฐาน 3.น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล B7 เพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เมื่อวันที่ 24 มี.ค.69 ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศรวมทั้งสิ้น 90.29 ล้านลิตร มีสต็อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร จากถังเก็บน้ำมันผสม หรือน้ำมัน B7 ที่พร้อมที่จะจําหน่ายให้กับประชาชน

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ธพ. ได้ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเมื่อวันที่ 15 –17 มี.ค.2569 ทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่ามีการปิดบริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น 45.7%ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรให้ลดลง 40% รถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ 7.4%และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%


“กรมธุรกิจพลังงาน ทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบประชาชนพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย”



